บล.พาย:

BANKING: กำไรรวมใน 4Q25 แผ่วตามคาด (NEUTRAL)

TOP PICK: KKP KTB

ผลการดำเนินงานใน 4Q25 อ่อนแอตามคาด กำไรสุทธิรวมใน 4Q25 อยู่ที่ 48.8 พันล้านบาท (-8% YoY, -23% QoQ) ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมในปี 2025 เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัวที่ 3.2% จาก +9.2% ในปี 2024 อย่างไรก็ดี งบดุลแข็งแกร่งจากหนี้เสียลดลง สำหรับในปี 2026 เศรษฐกิจยังต้องการแรงสนับสนุนจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% เหลือ 1% ในช่วง 1H26 เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ส่งผลเชิงลบต่อ NIM ปรับลดลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ สินเชื่อยังมีแนวโน้มขยายตัวจำกัด และกำไรจากเครื่องมือการเงิน FVTPL ที่คาดว่าจะผันผวนมากขึ้นจากฐานสูงในปี 2025 โดยคาดกำไรสุทธิรวมในปี 2026 ปรับลดลงราว 2% ส่งผลให้ ROE ปรับลดลงเหลือ 8.8% จาก 9.3% ในปี 2025 ด้าน Valuation ของกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ 0.8x PBV’26E และคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 6.2% คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เลือก KKP KTB เป็น Top pick

กำไรสุทธิรวมใน 4Q25 ลดลง YoY และ QoQ

  • ธนาคาร 8 แห่ง (ไม่รวม TCAP) รายงานกำไรสุทธิรวมใน 4Q25 ที่ 48.8 พันล้านบาท (-8% YoY, -23% QoQ) กำไรลดลงจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอ (2) รายได้ที่มีใช่ดอกเบี้ยลดลง QoQ โดยเฉพาะกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) และกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง QoQ และ (3) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานเพิ่มขึ้น QoQ
  • กำไรสุทธิรวมในปี 2025 เพิ่มขึ้นอัตราชะลอตัวที่ 3.2% YoY ที่ 2.23 แสนล้านบาท (2024: +9.2%) ธนาคารส่วนใหญ่รายงานกำไรขยายตัว ขณะที่ KBANK กำไรสุทธิทรงตัว YoY มีเพียง TISCO TTB ที่กำไรปรับลดลง

สินเชื่อรวมฟื้นตัว QoQ ขณะที่หนี้เสียลดลง

  • สินเชื่อรวมใน 4Q25 ขยายตัว 1.6% QoQ ส่วนใหญ่จากสินเชื่อภาครัฐ และสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ KTB ขยายตัวโดเด่น (+4.6% QoQ) และ KBANK CREDIT TISCO สินเชื่อขยายตัวสูงมีเพียง KKP ที่สินเชื่อหดตัว ทั้งนี้ แม้สินเชื่อใน 4Q25 ฟื้นตัว แต่สินเชื่อรวมในปี 2025 ปรับลดลง 1.4% YoY ทำให้สินเชื่อขยายตัวต่ำกว่าการเติบโตของ GDP เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน (2023-25) โดยมีเพียง CREDIT (+11.5%) KTB (+0.5%) และ TISCO (+1.5%) ที่สินเชื่อเติบโต
  • หนี้เสียรวมใน 4Q25 ลดลง 0.9% QoQ ส่วนใหญ่จาก BBL และ KKP ส่งผลให้หนี้เสียรวมปรับสูงขึ้น 1.2% YoY ในปี 2025 และ NPL ratio ของกลุ่มธนาคารที่ 3.7% จาก 3.6% ในปี 2024 ขณะที่ Coverage ratio เฉลี่ยของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 194.5% ส่วนใหญ่จากการปรับสูงขึ้นของ BBL

เศรษฐกิจท้าทายมากขึ้น คาดกำไรรวมปี 2026 ลดลงราว 2% YoY

  • กำไรสุทธิรวม (ไม่รวม TCAP) เพิ่มขึ้น 3.2% ที่ 2.3 แสนล้านบาท ในปี 2025 จาก (1) กำไรพอร์ตลงทุน และกำไรจากเครื่องมือการเงิน FVTPL เพิ่มขึ้น (2) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง และ (3) สำรองหนี้ฯ ลดลง
  • ในปี 2026 แม้คาดสำรองหนี้ฯ ปรับลดลงได้ต่อเนื่อง แต่เพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจาก NIM ที่อ่อนแอต่อเนื่อง และกำไรพอร์ตลงทุน และกำไรจากเครื่องมือการเงิน FVTPL อาจลดลงจากฐานที่สูงในปี 2025 คาดว่ากำไรสุทธิรวมในปี 2026 จะปรับลดลงราว 2% YoY ทั้งนี้ ธนาคารสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลสูง แต่คาดว่า ROE ของกลุ่มธนาคารในปี 2026 แนวโน้มปรับลดลงเหลือ 8.8% ในปี 2026 จาก 9.3% ในปี 2025 ล้อกับกำไรที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงในปี 2026

น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” KKP KTB เป็น Top pick

น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” ธนาคารเผชิญความท้าทายด้านเศรษฐกิจ แต่งบดุลที่แข็งแกร่งสามารถรองรับความไม่แน่นอน เลือก KKP เป็นหุ้นเด่น (1) คาดกำไรสุทธิในปี 2026 ขยายตัว (2) ผลกระทบจากปัญหาการขาดทุนรถยึดลดลง ทำให้มีแนวโน้มผ่อนคลายสำรองหนีฯ ลงได้ (3) ผลตอบแทนเงินปันผลสูง และ (4) ROE แนวโน้มปรับสูงขึ้นในปี 2026 และ KTB (1) งบดุลแข็งแกร่ง (2) ROE ทรงตัวระดับสูง และสูงสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ และ (3) การบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มโอกาสในการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้น และออกโครงการซื้อหุ้นคืนในอนาคต หลังจากเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่สูงถึง 22% สิ้นปี 2025

- Advertisement -