บล.เอเซีย พลัส:
BANK, NON-BANK, TOURISM เสียงจากแดนอิเหนาและพิราบในไทย (Neutral)
Flash Points
• สืบเนื่องจากการที่ MSCI สั่งระงับการเพิ่มน้ำหนักหุ้นอินโดฯ จากประเด็นด้าน Free float ส่งผลให้ตลาดหุ้นอินโดฯ ปรับลง 2 วัน ที่ 7% และ 1% ตามลำดับ (วันที่ 2 ดีดกลับจาก Low สุดของวันที่ลบราว 10% หลังมีกระแสข่าว FSA มีแผนปรับเพิ่ม Free float เป็น 15%) โดยหุ้น ธ.พ. ที่มีความเกี่ยวข้องกับอินโดฯ ปรับฐานมากกว่ากลุ่มฯ อย่าง KBANK (-2.1% DoD) และ BBL (-1.9% DoD)
• นอกจากนี้มองว่า ธ.พ. ใหญ่ มี Sentiment ลบเพิ่มเติมจากการที่ ธปท. แต่งตั้งคุณดอน นาครทรรพ เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ซึ่งตลาดเชื่อกันว่ามีมุมมอง Dovish แม้ตำแหน่งดังกล่าวไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุม แต่เป็นผู้ปูเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กนง.
Impact Insight
• ฝ่ายวิจัยรวบรวมประเด็นที่มีคำถามเข้ามาดังนี้
1.) มูลค่าเงินลงทุนใน Permata ที่ BBL ถือราว 89% และ MASPION ที่ KBANK ถือราว 90% เนื่องด้วยทั้ง 2 ถูกบันทึกด้วยราคาทุนที่ซื้อ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของราคา จึงไม่มีผลต่องบกำไรขาดทุน
2.) สินเชื่อมีหลักประกันเป็นหุ้นในอินโดฯ หรือไม่ และ
3.) พอร์ตลงทุนของ ธ.พ. ในอินโดฯ มีผลจากการปรับฐานของหุ้นอินโดฯ หรือไม่
• สำหรับ KBANK เนื่องจากขนาดสินทรัพย์ของ MASPION คิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 1% ของสินทรัพย์ KBANK จึงมองว่าไม่มีนัยฯ
• ขณะที่ Permata สินเชื่อคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของสินเชื่อ BBL (และกำไรฯ ราว 13% ของ BBL) จากการสอบถามไปยัง BBL ทาง Permata ไม่ได้มีการให้สินเชื่อเพื่อนำไปซื้อหุ้น โดยหลักประกันหลักๆ เป็นอาคาร ที่ดิน และเครื่องจักร ส่วนหุ้นที่รับเป็นหลักประกัน (ถ้ามี) จะไม่นำราคาตลาดมาคิดสำรอง ประกอบกับ Permata มี Coverage ratio ราว 351% คาดรองรับความเสี่ยงได้พอควร
• ด้านพอร์ตลงทุนของ Permata ส่วนใหญ่เป็น Fixed income จึงกระทบจำกัด
• ส่วนกรณีคุณดอน นาครทรรพ ทำให้ตลาดมองว่านโยบายการเงินอาจผ่อนคลายได้มากขึ้น แต่ดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับต่ำแล้ว และราคาน้ำมันดูมีแรงหนุนจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติมีโอกาสฟื้นตัวตั้งแต่ ก.พ. ทำให้ฝ่ายวิจัยคงมองดอกเบี้ยนโยบายลงอีกเพียง 1 ครั้ง สู่ 1.0%
Execution
• ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ มองเอื้อต่อหุ้นปันผลและหุ้นเติบโต จึงวาง Barbell Strategy ฝั่ง ธ.พ. เป็นหุ้นปันผล ชอบ KTB, TISCO และ KKP อีกฝั่งหุ้นเติบโตอย่างท่องเที่ยว เลือก CENTEL, AOT, ERW และ Non-Bank TIDLOR, MTC
เสียงจากแดนอิเหนา
ฝ่ายวิจัยรวบรวมประเด็นที่ตลาดถามถึงดังนี้
1.) มูลค่าเงินลงทุนใน Permata ที่ BBL ถือราว 89% และ MASPION ที่ KBANK ถือราว 90% เนื่องด้วยทั้ง 2 ถูกบันทึกด้วยราคาทุนที่ซื้อ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น จึงไม่มีผลต่องบกำไรขาดทุน
2.) มีสินเชื่อที่รับหลักประกันเป็นหุ้นในอินโดฯ หรือไม่ และ
3.) พอร์ตลงทุนของธนาคารในอินโดฯ มีผลจากการปรับฐานของตลาดหุ้นอินโดฯ หรือไม่
สำหรับ KBANK เนื่องจากสินทรัพย์ของ MASPION คิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 1% ของสินทรัพย์ KBANK จึงมองว่าไม่มีนัยฯ
ขณะที่ Permata ซึ่งสินเชื่อคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของสินเชื่อ BBL (และสร้างกำไรฯ ราว 13% ของ BBL) โดยสัดส่วนสินเชื่อราว 59% เป็นบริษัทขนาดใหญ่ SME ราว 13% และรายย่อย 27% หากแบ่งตามประเภทธุรกิจ สัดส่วนราว 25% อยู่ในภาคการผลิต รองลงมาเป็นสินเชื่อบ้านและรถยนต์ราว 24% จากการสอบถามไปยัง BBL ทาง Permata ไม่ได้มีการให้สินเชื่อเพื่อนำไปซื้อหุ้น โดยหลักประกันหลักๆ เป็นอาคาร ที่ดิน และเครื่องจักร ส่วนหุ้นที่รับเป็นหลักประกัน (ถ้ามี) จะไม่นำราคาตลาดมาคิดสำรอง ประกอบกับ Permata มี Coverage ratio ราว 351% คาดรองรับความเสี่ยงได้พอควร
ด้านพอร์ตลงทุนของ Permata ส่วนใหญ่เป็น Fixed income ประกอบกับการพิจารณา FVTPL ปี 2568 ของงบรวม BBL อยู่ที่ราว 1.3 หมื่นล้านบาท และอยู่ในงบเฉพาะธนาคารราว 1.2 หมื่นล้านบาท สะท้อนว่าผลจากพอร์ตลงทุนมาจาก Permata และบริษัทย่อยอื่นๆ เพียงเล็กน้อย
Barbell Strategy วางหุ้นปันผลกับหุ้นเติบโต
แม้เห็นการทำ Sector rotation ออกจากกลุ่ม ธ.พ. ในช่วงที่ผ่านมา หลังขึ้นมาก่อนหน้า แต่มองว่าช่วงตั้งแต่กลาง ก.พ. มีโอกาสเห็นตลาดกลับเข้าเก็งกำไรก่อนประกาศปันผล หนุนทิศทางราคาหุ้นฟื้นตัว
ในมุมกลยุทธ์ ด้วยภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ มองว่าเอื้อต่อหุ้นปันผลและหุ้นเติบโต (ได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินที่ดีขึ้นเสริม) จึงวาง Barbell Strategy ฝั่ง ธ.พ. เป็นหุ้นปันผล ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ ชอบ ธ.พ. ที่มี ROE และ Earning visibility สูง อย่าง KTB และ TISCO รวมถึง KKP ซึ่งได้ประโยชน์จาก Cost of fund ที่ดีขึ้น อีกฝั่งหุ้นเติบโตและราคาหุ้น 3 ปีที่ผ่านมา ยังเคลื่อนไหวไม่เท่า SET อย่างกลุ่มท่องเที่ยว (Cyclical growth) เน้น CENTEL, ERW และ AOT และ Non-Bank ซึ่งคาดอัตราการเติบโตของกำไรฯ Double digit ต้นๆ เทียบกับ PER ราว 10 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสม (Growth at a Reasonable Price) ชอบ TIDLOR > MTC > SAWAD







