บล.กสิกรไทย

SPRC อ่อนตัวในระยะสั้น แต่แข็งแกร่งขึ้นในระยะยาว
  • คาดกำไรปกติไตรมาส 4/2568 จะปรับตัวดีขึ้น เราคาดว่ากำไรปกติของ SPRC ไตรมาส 4/2568 จะปรับตัวดีขึ้น 935% YoY และ 46% QoQ เป็น 1.7 พันลบ. จาก market GRM ที่สูงขึ้นถึง 52% YoY และ 70% QoQ เป็น 9.2 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล อย่างไรก็ดี อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับลดลง เนื่องจากโรงกลั่นใหญ่แห่งหนึ่งเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุงทำให้มีอุปทานในประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ กำไรสุทธิของ SPRC คาดว่าจะถูกกดดันจากผลขาดทุนจาก สต๊อกน้ำมันก้อนใหญ่จำนวน 1.2 พันลบ. ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 307% YoY และพลิกจากมีกำไรที่สต๊อกน้ำมันที่ 460 ลบ. ในไตรมาส 3/2568 ดังนั้น กำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ประมาณ 900 ลบ. เพิ่มขึ้น 451% YoY แต่ลดลง 43% QoQ ทั้งนี้ กำไรทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 2.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% YoY คิดเป็น 110% ของประมาณการทั้งปีเดิมของเรา
  • แนวโน้มไตรมาส 1/2569 จะถูกกดดันจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ในไตรมาส 1/2569 เราคาดว่ากำไรของ SPRC จะลดลงมาใกล้ระดับคุ้มทุน จากผลกระทบของการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามแผนเป็นเวลา 30–45 วัน รวมถึง market GRM ที่อ่อนตัวลงตามส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงเกือบ 5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล QTD และอัตราการผลิตที่อ่อนแอในช่วงใกล้การปิดซ่อมบำรุงโรงงานในช่วงเดือน ก.พ.2569 หลังจากนั้น เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวแรง จากโอกาสการเติมสต๊อกผลิตภัณฑ์น้ำมันเบนซินในไตรมาส 2/2569 ก่อนฤดูกาลขับขี่ช่วงฤดูร้อน รวมถึงอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่ปรับดีขึ้นหลังจากหยุดซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ
มุมมอง KS
  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.70 บาท
  • เนื่องจากเราคาดว่าอุตสาหกรรมโรงกลั่นจะเข้าสู่ช่วงขาขึ้นตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป เราจึงปรับเพิ่มเป้าตัวคูณ PBV เป็น 0.81 เท่า จากเดิม 0.74 เท่า (-0.5SD) และปรับปีฐานการประเมินมูลค่าหุ้นจากกลางปี 2569 ไปเป็นสิ้นปี 2569 โดยราคาเป้าหมายถูกปรับเพิ่มเป็น 7.70 บาท จากเดิม 6.80 บาท
  • การอ่อนตัวของราคาหุ้นถือเป็นโอกาสในการสะสมเพื่อเงินปันผล 0.30 บาท/หุ้น สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2568 (อัตราตอบแทนเงินปันผล 4.5%) และกำไรที่อาจปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งหลังของปี 2569 เมื่อสินทรัพย์บางส่วนจะถูกคิดค่าเสื่อมราคาจนหมด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลง 0.6 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล หรือประมาณ 900 ลบ./ปี

- Advertisement -