บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Srisawad Corporation (SAWAD.BK/SAWAD TB)*

การโตสินเชื่อภายใต้เศรษฐกิจโตลดลง ทำให้คุณภาพหนี้ผันผวน

Event 

ประมาณการ 4Q68, ปรับประมาณการกำไรเต็มปี และ ปรับลดราคเป้าหมาย  

Impact 

คาดว่ากำไรใน 4Q68F จะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (-4% QoQ +2% YoY), -2% ในปี 2568F 

ประมาณการของเราใช้สมมติฐานดังนี้ 1.) SAWAD ยังคงโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อไว้จากที่กลับมาโตใน 3Q68 2.) อัตราผลตอบสินเชื่อ และมาร์จิ้นยังคงถูกกดดันเหมือนกับไตรมาสที่ 3 เพราะสินเชื่อใหม่เน้นสินเชื่อที่ดินที่มี yield ต่ำ โดย SAWAD เพิ่มสินเชื่อกลุ่มนี้เป็น 30% ใน 3Q68 (จาก 25% ในปี 2567) 3.) คชจ.สำรองฯ (credit cost) เพิ่มขึ้นเป็น 2.2% ใน 4Q68 (จาก 2% ใน 3Q68) และ 2.1% ในปี 2568  

สินเชื่อจะกลับมาโต 

สินเชื่อของ SAWAD กลับมาโตใน 3Q68 จากการขยายสินเชื่อจำนำทะเบียน และ สินเชื่อที่ดิน และ ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่องใน 4Q68 โดยมาชดเชยสินเชื่อ H/P ที่หดตัว ซึ่ง ณ ระดับนี้ เราใช้สมมติฐานอัตราการขยายตัวของสินเชื่อรวมทุกประเภทที่ 2% QoQ และ -1% YoY อย่างไรก็ตาม เราเป็นห่วงว่าที่บริษัทขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนในขณะที่สถาบันการเงินอื่น อย่างเช่น SCB และ TISCO พากันถอยห่างจากสินเชื่อกลุ่มนี้เพราะมีสัญญาณว่า NPL กำลังเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน อุปสงค์ที่เปลี่ยนจากยอดขายรถยนต์ในประเทศมาเป็นรถ EV ฉุดให้ราคารถมือสองลดลงไปอีกสร้างกดดันต่อราคาหลักประกันให้ลดลงตาม เราเป็นห่วงว่าการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จะทำให้บริษัทไม่สามารถรักษาระดับ credit cost ไว้ที่ประมาณ 2% ได้  

คุณภาพสินทรัพย์ยังอ่อนไหว – เพิ่มสมมติฐานคชจ.สำรองปี 2569 

SAWAD ดำเนินธุรกิจโดยใช้คชจ.สำรองฯ (credit cost ต่ำ) และ มีส่วนรองรับหนี้เสียต่ำกว่าคู่แข่ง โดยคชจ.สำรองฯของ SAWAD อยู่ที่ 2%, ของ MTC อยู่ที่ 2.6% และ ของ TIDLOR อยู่ที่ 2.8% อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอลง และ หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นในกลุ่มครัวเรือนระดับล่าง การขยายสินเชื่อโดยเน้นกลุ่มความเสี่ยงสูง ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐาน credit cost ปี 2569F เป็น 2.2% แต่ยังคงของปี 2570F ไว้ที่ 2%  

ปรับประมาณการกำไรปี 2568F/2569F +8%/-2% ลดราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 27 บาท (PE ที่ 8.5x) 

เราปรับสมมติฐานสำคัญดังนี้ 1.) อัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2568F/2569F/2570F ที่ -1%/+6%/+10% (จากเดิม -3%/+6%/+10%) 2.) credit cost ที่ 2.1%/2.2%/2.0% (จาก 2.0%/2.0%/2.0%) 3.) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง -4%/-1%/+1% ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย เราได้ปรับลด (derate) PE เป็น 8.5x ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 27 บาท (ลดลงจากเดิมที่ 30 บาท อิงจาก PE ที่ 10x) โดยเรายังคงคำแนะนำถือ 

Risks 

LOS, NPLs, และ credit cost เพิ่มขึ้น, การให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct.

- Advertisement -