บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
B.GRIMM POWER (BGRIM TB)
คาดกำไร 4Q25 ต่ำกว่าที่เราคาดครั้งก่อน
- คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ต่ำกว่าเคยคาด จาก SPP margin ที่แคบกว่าคาด หลังค่า Ft ปรับลงมากกว่าราคาก๊าซ แม้มีรายได้จากค่าปรึกษาและพัฒนาโครงการช่วยหนุน
- เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2025-27 ลง 13.4%/15.4%/14.6% เพื่อสะท้อนแนวโน้มปรับลดค่า Ft ที่ส่วนใหญ่เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง แต่กำไรปี 2026 ยังเติบโต 22.6% y-y และ 10.6% y-y ในปี 2027
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมายใหม่ (SoTP) 17 บาท
คาดกำไรปกติ 4Q25 เพิ่มขึ้น q-q แต่ลดลง y-y
เราคาด BGRIM จะมีกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 477 ลบ. ลดลง 8.4% q-q และ 39.4% y-y หากไม่รวมรายการพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจาก FX และรายได้จากการขายที่ดิน จะมีกำไรปกติ 497 ลบ. +18% q-q และพลิกจากขาดทุนใน 4Q24 โดยคาดรายได้รวมทรงตัว +1.8% q-q และ +1.8% y-y แม้รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าชะลอตัวจากค่า Ft ที่ปรับลดลงมากกว่าต้นทุนราคาก๊าซลดลง ส่งผลให้มาร์จิ้นของ SPP แคบลง แต่ถูกชดเชยจากรายรับค่าปรึกษาและพัฒนาโครงการราว 380 ล้านบาท ของโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในประเทศเกาหลีใต้ขนาด 365 MW (Nakwol 1) ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะขาดทุน 53 ล้านบาท ดีขึ้นจากขาดทุน 169 ลบ. ใน 3Q25 ซึ่งถูกกดดันจากผลขาดทุน FX ราว 140 ลบ. ในสินทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ SG&A เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด 58.6% q-q และ 17.2% y-y จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการรับโอนพนักงานจากบริษัท BGRIM JV ส่วนดอกเบี้ยจ่ายลดลง y-y จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง
BGRIM มุ่งขยายธุรกิจไฟฟ้าและ Data center ต่อเนื่องทั้งไทยและต่างประเทศ
ปัจจุบัน BGRIM มีกำลังการผลิตรวมไฟฟ้าราว 4.6 GW และมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 37% สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง การเติบโตหลักใน 2 ปีข้างหน้าจะมาจากโครงการ Nakwol 1 360 MW ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้ว 70% คาด COD ภายในปีนี้ โครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทย 100 MW และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 420 MW ในสหรัฐ สำหรับโครงการ Data center ขนาด 96 MW ที่ใช้เงินลงทุนกว่า 2.6 หมื่นลบ. ปัจจุบันมีลูกค้าครบแล้ว เป็นสัญญา 10-20 ปี คาดขนาด 48 MW จะเสร็จ 4Q26 แหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ออกหุ้นกู้ และเงินกู้จากสถาบันการเงิน ปัจจุบันบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 2.0 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าข้อกำหนด Covenant ที่ระดับ 3 เท่า
คงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2025-27
เพื่อสะท้อนแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่อาจปรับลงตามนโยบายหาเสียงของเกือบทุกพรรคการเมืองที่ประมาณ 3.0-3.7 บาท/หน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.84 บาท/หน่วย เราจึงปรับลดสมมติฐานค่าไฟฟ้าจาก 3.75 บาท/หน่วย เป็น 3.57 บาท/หน่วย และคาดกำไร 4Q25 ต่ำกว่าที่เราคาดก่อนหน้านี้ เราจึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2025-27 ลง 13.4%/15.4%/14.6% แต่กำไรสุทธิปี 2026 ยังเติบโต 22.6% y-y และ 10.6% y-y ในปี 2027
คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 17 บาท
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 17 บาท แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากแนวโน้มค่าไฟฟ้าในประเทศที่มีโอกาสปรับลดลงจากนโยบายหาเสียงของเกือบทุกพรรคหากได้เป็นรัฐบาล แต่โมเมนตัมกำไรปี 2026-27 ยังเติบโตได้ต่อเนื่องจากกำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นและธุรกิจใหม่








