บล.กสิกรไทย:
“กาแฟพันธุ์ไทย” ก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อน การเติบโตใหม่ของหุ้น #PTG
- เมื่อวันที่ 28 ม.ค. เราได้จัดงาน KS C-series ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ PTG และรองประธานกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (กาแฟพันธุ์ไทย) โดยการสนทนาจะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจ non-oil โดยเฉพาะแนวโน้มและกลยุทธ์ทางธุรกิจของกาแฟพันธุ์ไทย
ปีของการเร่งขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทย
- ผู้บริหารตั้งงบลงทุน (CAPEX) ปี 2569 ที่ 3.5-4.0 พันลบ. โดยจัดสรรสัดส่วนให้ธุรกิจ non-oil มากกว่าธุรกิจน้ำมัน (ธุรกิจ non-oil ที่ 1.5-2.0 พันลบ. เทียบกับธุรกิจน้ำมันที่ 1.0 พันลบ.) สะท้อนทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นไปทางธุรกิจ non-oil มากขึ้น โดย PTG มีแผนเปิดร้านกาแฟพันธุ์ไทยใหม่ 800-1,000 สาขา ในปี 2569 จากประมาณ 2,000 สาขา ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่จะเปิดสถานีบริการน้ำมันใหม่เพียง 20 สถานีบริการ และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ non-oil ต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เป็น 40% โดยปกติธุรกิจกาแฟมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40-50% สูงกว่าธุรกิจน้ำมันที่มีเพียง 3-5%
สิทธิประโยชน์ใหม่ของ PT Max Card Plus ยังไม่มีสัญญาณเชิงลบต่อรายได้ในระยะแรก
- หลังจากเปิดใช้งานสิทธิประโยชน์ใหม่ของ PT Max Card Plus มาเป็นเวลา 3 เดือน ผู้บริหารระบุว่าปริมาณการขายบัตร PT Max Card Plus ยังทรงตัวที่ประมาณ 40,000-50,000 ใบ/เดือน โดยปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมดราว 1.5 ล้านราย โดยอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เดือน ม.ค.2569 ยังแข็งแกร่งที่ประมาณ 37% (เทียบกับ 34% ในปี 2567 และ 46% ในปี 2568) นอกจากนี้ ผู้บริหารยังระบุว่า จำนวนแก้วเฉลี่ย/สมาชิก PT Max Card Plus มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสมาชิกภายใต้สิทธิประโยชน์ใหม่มีการบริโภคกาแฟต่อเดือนมากกว่าสมาชิกเดิมราว 20% ซึ่งโดยรวมแล้วสะท้อนว่า สิทธิประโยชน์ใหม่ยังไม่ส่งผลลบต่อรายได้ของธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทยในตอนนี้ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60-70% จากส่วนลดต่อแก้วที่ลดลงจาก 50% หรือ 30 บาท/แก้ว เหลือ 15 บาท/แก้ว
อาจมี upside ต่อกำไรสุทธิ
- เราเชื่อว่าผลกระทบสุทธิของสิทธิประโยชน์ใหม่ดังกล่าว จะเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า หรือราวครึ่งหลังของปี 2569 ซึ่งในกรณีที่จำนวนสมาชิก PT Max Card ยังคงมากกว่า 1.5 ล้านราย และ SSSG ยังคงเป็นบวก เราคาดว่ากำไรขั้นต้น (ในเชิงมูลค่า) ของธุรกิจ non-oil จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 40% ในช่วงปี 2567-70 ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว สัดส่วนของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ non-oil ต่อกำไรขั้นต้นของบริษัทฯ อาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 50% ในปี 2570 จาก 25% ในปี 2567
มุมมอง KS
- แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 9.20 บาท
- จากการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งในปี 2569 ที่ประมาณ 25% YoY ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ใหม่ของ PT Max Card Plus จะเป็นปัจจัยสำคัญ ในการสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรของ PTG อย่างค่อยเป็นค่อยไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ปัจจัยหนุนระยะสั้น คือแนวโน้มกำไรที่ดีในไตรมาส 4/2568 ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก ปริมาณการขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น









