บล.เอเซีย พลัส:
TOURISM จีนมาไทย … ส่วน THAI 4Q68 สะดุด (Neutral)
Flash Points
- นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยรายสัปดาห์ (26 ม.ค. – 1 ก.พ. 69) อยู่ที่ 762,392 คน เพิ่ม 1% WoW หนุนด้วยจีนยืนเหนือแสนคนต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ที่ 116,515 คน เพิ่ม 15%, มาเลเซีย 79,335 คน โต 28% และรัสเซีย 58,191 คน บวก 7% ชดเชยอินเดียที่ 47,585 คน ลด 20% (สัปดาห์ก่อนมีวันหยุด 3 วัน)
- แม้เชิง YoY นักท่องเที่ยวฯ ลดลง 20% เนื่องจากตรุษจีนปีก่อนอยู่ปลาย ม.ค. (ปีนี้อยู่ 17 ก.พ.) ทำให้ฐานนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนปีก่อนสูง (อาทิ มาเลเซียลด 54%) แต่มีกลุ่มที่มีพัฒนาการ เช่น จีน เหลือติดลบ 34.5% (VS สัปดาห์ก่อนลบ 43.5%), อินเดีย โตต่อเนื่อง 42% (VS สัปดาห์ก่อนบวก 35%) และรัสเซียเพิ่ม 5% (VS สัปดาห์ก่อนบวก 1%)
Impact Insight
- ฝ่ายวิจัยมองบวกจากนักท่องเที่ยวจีนเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว คงคาดการฟื้นตัว YoY ของนักท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นช่วง ก.พ. (นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยวันที่ 1 ก.พ. อยู่ที่ 1.10 แสนคน ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย ก.พ. 68 ราว 1.11 แสนคนต่อวัน) ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียซึ่งกำลังซื้อสูงกว่าค่าเฉลี่ย มีโมเมนตัมต่อเนื่อง คาดดีต่อกลุ่มโรงแรม (ส่วนมาเลเซียไม่ใช่ลูกค้าหลักของกลุ่มโรงแรม)
- ทั้งนี้ กลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้ในไทยสูง จะได้ประโยชน์จากภาพข้างต้น เรียงดังนี้ AOT > ERW > CENTEL > MINT ส่วน THAI ดูมีแนวโน้มรับผลบวกน้อยกว่ากลุ่มฯ สะท้อนจากกำไรปกติ 4Q68 ชะลอตัว YoY เทียบกลุ่มโรงแรมเติบโต
- สำหรับ THAI จากการประชุมนักวิเคราะห์เช้าวานนี้ โทนลบ จากกำไรฯ 4Q68 ทั้งรายได้ลด YoY ตาม Passenger yield (- mid single digit) และ Cabin factor อยู่ที่ 79.7% (4Q67 ราว 82.4%) ในขณะที่ฝั่งค่าใช้จ่ายเพิ่มจากโบนัสพนักงานและค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้น แม้งวดนี้มีการรับรู้เป็นรายได้ภาษีก็ตาม
- เบื้องต้นมองกำไรฯ ของ THAI อยู่ใกล้กับ 3Q68 (5.4 พันล้านบาท) หรือกรณีดีสุดไม่เกิน 7 พันล้านบาท ลดลงจาก 1.2 หมื่นล้านบาท งวด 4Q67 โดยหากกำไรฯ เป็นไปตามกรอบข้างต้น จะส่งผลให้กำไรฯ ปี 2568 มี Downside ราว 13% หรือ Norm EPS อยู่ที่ 1.0 บาท (ปี 2569 มองดีสุดไม่เกินปี 2568) ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยจะเสนอ FV ใหม่ หลังประกาศงบ 26 ก.พ. 69 (เพิ่มเติมหน้า 2)
Execution
- โดยสรุปกำไรฯ รายไตรมาสเชิง YoY กลุ่มการบิน (Neutral ต่อ AOT, THAI) ยังไม่เด่นเท่ากลุ่มโรงแรม ภายใต้กระแสการเข้าใกล้ตรุษจีน มองราคาหุ้นกลุ่มโรงแรมเคลื่อนไหวได้ดีกว่า คง Outperform ต่อ CENTEL, ERW และ MINT
THAI ทิศทางกำไรฯ งวด 4Q68 ชะลอ และมุมมองต่อหุ้น 6.6 พันล้านหุ้น กลับมาซื้อขาย
จากการประชุมนักวิเคราะห์เช้าวานนี้ โทนลบ จากกำไรฯ 4Q68 ทั้งรายได้ลด YoY ตาม Passenger yield (- mid single digit) และ Cabin factor อยู่ที่ 79.7% (4Q67 ราว 82.4%) ในขณะที่ฝั่งค่าใช้จ่ายเพิ่มจากโบนัสพนักงาน (ตามการดำเนินงานปี 2568 ดีขึ้น) และค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้นหลังงวดก่อนมีฐานต่ำ (3Q68 ที่ 3.5 พันล้านบาท VS ค่าเฉลี่ย 1Q67 – 3Q68 ราว 4.8 พันล้านบาทต่อไตรมาส) แม้งวดนี้มีการรับรู้เป็นรายได้ภาษีหลักพันล้านบาทก็ตาม
เบื้องต้นฝ่ายวิจัยมองกำไรฯ (ไม่รวมรายการพิเศษ) ของ THAI อยู่ใกล้กับ 3Q68 (5.4 พันล้านบาท) หรือกรณีดีสุดไม่เกิน 7 พันล้านบาท (มองว่ารายได้ภาษีข้างต้นอาจยังไม่นิ่ง) ลดลงจาก 1.2 หมื่นล้านบาท งวด 4Q67
โดยหากกำไรฯ เป็นไปตามกรอบข้างต้น จะส่งผลให้กำไรฯ ปี 2568 มี Downside ราว 13% มาที่ 2.8 หมื่นล้านบาท (+30% YoY) หรือ Norm EPS ลงมาอยู่ที่ 1.0 บาท ส่วนปี 2569 มอง Norm EPS ดีสุดไม่เกินปี 2568
ในเชิงพื้นฐานฝ่ายวิจัยมองปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ต้องจับตาข้างหน้า มาจาก OPEX (พนักงาน) และ Cabin factor ของเส้นทางบินหลักอย่างยุโรป (สัดส่วนราว 35% ของรายได้) ชะลอตัว YoY ติดกัน 2 เดือน ในช่วง พ.ย. – ธ.ค. 68 ที่ 76.5% และ 79.9% ตามลำดับ เทียบ 83.8% และ 85.9% ช่วง พ.ย. – ธ.ค. 67 ตามลำดับ สะท้อนการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ตามความเห็นฝ่ายวิจัย
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยจะเสนอ FV ใหม่ (ปัจจุบันที่ 11.5 บาท) อย่างเป็นทางการหลังประกาศงบ 26 ก.พ. 69 โดยหากอิง Norm EPS ที่ 1 บาท อิง PER ที่ 8 – 10 เท่า ระดับ FV จะอยู่ที่ 7.70 – 9.60 บาท ในเชิงมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (BVPS) จะอยู่ที่ราว 3.4 บาท
สำหรับหุ้น 6.6 พันล้านหุ้น หรือ 23% ของทุนชำระแล้ว มีสิทธิขายได้ตั้งแต่ 4 ก.พ. (ส่วนที่เหลือ 1.98 หมื่นล้านหุ้น หรือ 70% ตั้งแต่ 4 ส.ค.) โดยปริมาณหุ้นที่ขายมีโอกาสต่ำกว่าตัวเลขข้างต้น เนื่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างกลุ่มกระทรวงการคลัง (ได้รับหุ้นเพิ่มมาจากก่อนเข้าแผนฟื้นฟูประมาณ 1.1 หมื่นล้านหุ้น ทำให้ปัจจุบันถือ 1.2 หมื่นล้านหุ้น หรือ 42.9% ของทุนจดทะเบียน) หรือ ธ.พ. บางแห่ง คงไม่ขาย
กรณีที่มีแรงขาย ประเมินว่า หากราคาหุ้นต่ำกว่า 5.2 บาท ระดับ Valuation ดูจะเริ่มจำกัด Downside เพราะเป็นระดับราคาที่ต่ำกว่า PBV ที่ 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับสายการบินใน Asia Pacific (ตารางหน้าถัดไป) อย่าง JAL, ANA ซื้อขายบน PBV ราว 1.2 เท่า ส่วน AAV กับ BA ราว 1.2 เท่า และ 1.9 เท่า ตามลำดับ (เฉลี่ย 1.5 เท่า) แต่ THAI มี ROE สูงกว่า








