Growpro ผนึก DITTO เสริมแกร่งธุรกิจ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ และธุรกิจดาต้า เปิดจุดแข็ง Growpro ให้บริการครบวงจรรายเดียวในไทย และมีศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Cyber security Operations Center (CSOC) เฝ้าระวัง ตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เปิดแผนปี 2026 เดินหน้ายกระดับการปฏิบัติการเต็มรูปแบบ เผยยักษ์ใหญ่ระดับโลกเป็นพาร์ตเนอร์เพียบ

นายคงสิทธิ์ เดชอัมพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกรโปร คอลซัลติ้ง แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (Growpro) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลให้ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ได้ร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจ โดยจะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 35% แบ่งเป็น 3 งวด งวดแรก 10% ชำระเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เพื่อเสริมธุรกิจด้าน ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้(Cybersecurity)ของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นและเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจข้อมูล (DATA) เพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน ตอนนี้ได้มีการทำงานร่วมกันแล้ว

บริษัท Growpro คือ ผู้ให้บริการด้าน ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ครบวงจรรายเดียวในประเทศไทย ให้บริการครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) Professional Service บริการผู้เชี่ยวชาญสำหรับการออกแบบและติดตั้งระบบความปลอดภัย 2) Managed Security Services บริการจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือสำหรับการบริหารจัดการและดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง และ 3) Consulting Service บริการที่ปรึกษาช่วยให้คำปรึกษา วางโครงสร้างด้านความปลอดภัย และการจัดการข้อมูลให้สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจแต่ละองค์กร ซึ่งหนึ่งในบริการสำคัญคือ ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ Cybersecurity Operation Center (CSOC) ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกตามไซเบอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง และดำเนินการภายใต้มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการ CSOC ถือเป็นหัวใจหลัก เปรียบเสมือนห้องบัญชาการรบ ที่คอยเฝ้าระวังให้ลูกค้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน โดยได้ยกระดับให้มีความทัดเทียมระดับสากลด้วยเทคโนโลยีล่าสุดด้วยระบบ Threat Intelligence ที่คอยวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามจากทั่วโลก ทำให้เรารู้เท่าทันรูปแบบการโจมตีใหม่ ๆ และสามารถป้องกันได้ก่อนที่ภัยจะถึงลูกค้า และระบบ Automation Analysis and Response จะทำการวิเคราะห์และตอบสนองเหตุการณ์นั้น ๆ โดยอัตโนมัติด้วยความเร็วเมื่อถูกภัยคุกคาม ช่วยลดระยะเวลาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ Growpro มีความแตกต่างคือ บริษัทมีทีม Developer เพื่อพัฒนานำ AI เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานด้านวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย และพัฒนาระบบสนับสนุนการให้บริการ ตอบโจทย์การใช้งาน User Experience (UX) ของลูกค้าโดยเฉพาะ Web Portal ลูกค้าสามารถเข้าดูสถานะความปลอดภัย Dashboard และรายงานต่าง ๆ ได้แบบ Real Time และ Mobile Application นวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้บริหารหรือทีมไอทีของลูกค้าสามารถเฝ้าดูสถานะรับแจ้งเตือน ที่สำคัญสามารถสื่อสารกับทีม CSOC ของเราได้ทันที ผ่านแอปพลิเคชัน เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการประสานงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

นายคงสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับในปี 2026 บริษัทยังคงเดินหน้ายกระดับการให้บริการเพื่อสนับสนุนองค์กรในฐานะพาร์ตเนอร์ด้านความปลอดภัยเชิงปฏิบัติการอย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ CSOC การบริการ Managed Detection and Response (MDR) ที่เน้นการตรวจจับเชิงพฤติกรรมและการตอบสนองเชิงรุก Manage Cloud SIEM สำหรับองค์กรที่มีโครงสร้างระบบแบบ Cloud และ Hybrid ไปจนถึง Application Security Service และบทบาทในฐานะ Official Security Service Partner ของ Microsoft และ Service Roadmap ของ Growpro มุ่งเน้นการทำให้เครื่องมือด้านความปลอดภัยที่องค์กรมีอยู่ “ใช้งานได้จริง” ลดภาระทีมภายใน เพิ่มความชัดเจนในการมองเห็นความเสี่ยง และความรวดเร็วในการจัดการกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้น และทำให้ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

“นอกจากนี้เราได้รับความไว้วางใจให้เป็นพาร์ตเนอร์กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกมากมาย อาทิ IBM, Microsoft, Palo Alto Networks, Cloudflare และแบรนด์ชั้นนำอื่น ๆ อีกทั้งทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและวางระบบโซลูชั่นเหล่านี้ ให้เหมาะสมบริบทธุรกิจไทย เพื่อให้การลงทุนด้าน IT Security ของลูกค้าคุ้มค่ามากที่สุด” นายคงสิทธิ์ กล่าว

- Advertisement -