บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Hana Microelectronics PCL (HANA.BK/HANA TB)*

ประมาณการ 4Q68F: จะยังมีผลขาดทุนจากธุรกิจ PMS

Event 

เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ HANA ใน 4Q68F จะเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านบาท (+551% YoY, +84% QoQ) จากฐานที่ต่ำของอัตรากำไรขั้นต้น เพราะผลขาดทุนจากธุรกิจ PMS และ การขาดประสิทธิภาพจากยอดขายที่อ่อนแอ ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักในปี 2568F อยู่ที่ 536 ล้านบาท (-41% YoY) 

Impact 

ยอดขายไม่น่าสนใจ บวกกับยังจะมีผลขาดทุนจากธุรกิจ PMS 

เนื่องจากเรามองว่ามีปัจจัยสนับสนุนน้อย เราจึงคาดว่ายอดขายใน 4Q68F จะอยู่ที่ 5.3 พันล้านบาท (-5% YoY, ทรงตัว QoQ) แต่หากไม่รวมผลจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายใน 4Q68F จะอยู่ที่ 165 ล้านดอลลาร์ฯ (ทรงตัว YoY, +4% QoQ) ซึ่งจะทำให้ยอดขายปี 2568F อยู่ที่ 635 ล้านดอลลาร์ฯ (-10% YoY) ทั้งนี้ เนื่องจาก i) ยอดขายยังแผ่ว และ ii) ยังคงมีผลขาดทุนจากธุรกิจ PMS เนื่องจากยังคงมีการโอนการผลิตไปให้ผู้ผลิตจีน เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q68F จะอยู่ที่ 6.5% (+1.2ppts YoY, +0.5ppts QoQ) ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568F อยู่ที่ 8.0% (-0.9ppts YoY) 

กำไรมีแนวโน้มจำกัดไปอีกอย่างน้อยสองไตรมาส 

เรามองว่ากำไรมีแนวโน้มจำกัดไปอีกอย่างน้อยสองไตรมาส เนื่องจาก i) กำลังอยู่ระหว่างโอนการผลิต PMS ไปให้ผู้ผลิตจีน (คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อย 1H69 ซึ่งหมายความว่าธุรกิจ PMS จากยังคงมีผลขาดทุนไปอีกอย่างน้อยใน 1H69F) ii) อุปสงค์ของ smartphones และ PCs อาจจะอ่อนแอเพราะราคาแพงขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุน (ดูบทวิเคราะห์ HANA ของ KGI ฉบับวันที่ 26 ธันวาคม 2568) และ iii) เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น (อัตราแลกเปลี่ยน QTD อยู่ที่ 31.3 บาท/ดอลลาร์ฯ) เราปรับลดประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2568F-2570F ลง 18%/5%/4% เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลง 20–60bps และ การปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนเป็น 32.0 บาท/ดอลลาร์ฯ (Figure 10) โดยเราคาดว่ากำไรปกติของ HANA จะพุ่งสูงขึ้นถึง 91% ในปี 2569F จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นเนื่องจากผลขาดทุนจากธุรกิจ PMS ลดลงหลังจากที่โอนการผลิตไปให้ผู้ผลิตจีน 

Valuation & action 

เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F เป็น 16.50 บาท อิงจาก PER ที่ 16.0X (ค่าเฉลี่ยในอดีต -0.75 S.D.) จากเดิม 17.00 บาท เรามองว่าแนวโน้มกำไรยังจำกัดไปตลอด 1H69F เป็นอย่างน้อย และ อาจจะทำให้ราคาหุ้นซบเซาไปด้วย อย่างไรก็ตาม งบดุลที่แข็งแก่รงของ HANA และ ยอดเงินสดต่อหุ้นที่สูงกว่าบริษัทอื่นในกลุ่ม น่าจะช่วยพยุง downside ได้บ้าง เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” HANA โดยมองว่าจังหวะที่เหมาะจะกลับมาดูหุ้นตัวนี้อีกครั้งน่าจะเป็นช่วง 2H69F หลังจากที่โอนย้ายการผลิต PMS ไปให้ผู้ผลิตจีนเรียบร้อยแล้ว และ เห็นผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำ (memory) ที่สูงขึ้นต่อยอดจัดส่ง smartphone และ PC ชัดเจนมากขึ้น 

Risks 

ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น 

- Advertisement -