ภาวะ Risk Off กำลังขึ้นเกิดขึ้นท่ามกลาง Tech ประกาศงบลงทุนมหาศาล

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 592 จุด (-1.2%) รับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่ม Tech หลังจากทยอยประกาศงบลงทุนมหาศาลที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความรุนแรงการแข่งขัน ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.8% หลังจากสหรัฐฯตัดสินใจจะเจรจากับอิหร่าน

Market Outlook

เมื่อวานที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานภาวะเงินเฟ้อไทยประจำเดือน ม.ค. ลดลง -0.66% YoY ปัจจัยสำคัญมาจากการปรับลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก พร้อมกับมาตรการลดการะค่าครองชีพของภาครัฐ นอกจากนี้แล้วราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลง จากมาตรการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันราคาหมู ผักสด และไข่ไก่ได้ปรับลดลงตามอุปทานที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น มองเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มร้านอาหารตามต้นทุนที่ลดลง (M MINT CENTEL) และทำให้การลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยมีความเป็นไปได้ ด้วยเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำและเงินเฟ้อต่ำ ดีกับหุ้นในกลุ่มการเงิน (MTC SAWAD) วานนี้เริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นมา เมื่อคืนสหรัฐฯ ได้ประกาศตัวเลขตำแหน่งเปิดรับสมัครงาน (Job Opening) ที่ระดับ 6.5 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 7.2 ล้านตำแหน่ง พร้อมกับผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.3 แสนราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.1 แสนราย สะท้อนความเปราะบางในตลาดแรงงานของสหรัฐฯ กดดัน US Bond Yield ลดลงอย่างมีนัยยะ แต่ค่าเงิน Dollar กลับแข็งค่าขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจสะท้อนกระแสเงินทุนเลือกอยู่เพียงพันธบัตรและเงินสด ท่ามกลางความปั่นป่วนของสินทรัพย์เช่นทองที่มีความผันผวน และหุ้นที่นักลงทุนไม่มั่นใจต่องบลงทุนมหาศาลของ Tech อย่าง AMAZON เผยงบลงทุนในปีนี้ที่มากถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กดดันราคาหุ้นปรับลง -11% หลังตลาดปิดทำการระยะสั้นอาจสร้างแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่ม Tech ของไทยอย่าง DELTA (อาจระมัดระวัง)

วันนี้ประเมิน SET INDEX เสี่ยงปรับฐานลงในกรอบ 1320 – 1350 รับแรงคดดันจากจิตวิทยาเชิงลบของตลาดหุ้นทั่วโลก พร้อมกับอาจเจอแรงกดดันทั้งในหุ้นกลุ่มพลังงานและ Tech ประกอบกับตลาดหุ้นไทยได้ปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นถือครองเงินสดมากขึ้น ด้วย Valuation ที่ไม่ถูก แต่อย่างไรก็ตามหากรับความเสี่ยงได้สูง เน้น Trading ระยะสั้น อาจเลือกเก็งกำไรในกลุ่มได้ประโยชน์ดอกเบี้ยปรับลง อาทิ การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) กลุ่ม Defensive (BDMS) ค้าปลีก (CPALL) โดยคืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขแรงงานเพราะมีการเลื่อนออกไป

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท)

แม้เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ การควบคุมคุณภาพสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ทำให้แรงกดดันด้านสำรองหนี้ฯ คลายตัวลง การขยายสินเชื่อต่อเนื่อง 2 หลัก ในปี 2025-26 และได้อานิสงส์จากอัตราดอกเบี้ยลดลงที่คาดเห็นต้นทุนการเงินลดลงในปี 2026 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตแข็งแกร่ง 14%/13% ใน 2025-26 และควบคุมหนี้เสียได้ตามเป้าหมาย

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)

EBITDA Margin คาดยังสามารถทรงตัวระดับสูงที่ 24-25% ส่วนผลกระทบจากการเลิกขายประกันเหมาจ่ายคาดอยู่ในวงจำกัด จากข่าวบริษัทประกันมีแผนยกเลิกจำหน่ายกรมธรรม์เหมาจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2026 เป็นต้นไป คาดผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลจำกัดโดยฉบับใหม่จะบังคับใช้ Copayment โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เกินความจำเป็นเช่นในฉบับหลัง

 

- Advertisement -