บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

R&B FOOD SUPPLY (RBF TB)

ภาษีเริ่มช่วย แต่ยังรอรายได้ฟื้น

  • ระยะสั้น คาดกำไร 4Q25 ฟื้นดี q-q แต่มาจากภาษีลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
  • สิ่งที่อยากเห็นคือ การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในปี 2026 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • ยังแนะนำ ถือ รอการฟื้นตัวของรายได้ให้ชัดเจนอีกครั้ง

คาดกำไร 4Q25 ฟื้นตัว q-q ดีกว่าที่เคยคาด เพราะภาษีลดลง

คาดกำไรสุทธิ 4Q25 อยู่ที่ 120 ลบ. (+18.2% q-q, -7.5% y-y) กลับมาฟื้นตัว q-q ได้จาก 1. คาดอัตรากำไรขั้นต้นปรับขึ้นเป็น 35.0% จาก 33.6% ใน 3Q25 และ 34.1% ใน 4Q24 น่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของ product mix กอปรกับต้นทุนวัตถุดิบของ Food coating อาจลดลงเล็กน้อย และ 2. คาดอัตราภาษีจะลดลงเป็น 15.0% จาก 20.2% ใน 3Q25 จากการ loss carry forward ของโรงงานในอินโดนีเซีย และอาจรับรู้รายการ deferred tax ที่มักเกิดขึ้นช่วง 4Q

แต่รายได้ยังไม่ฟื้น โดยเฉพาะรายได้ในประเทศที่ยังไม่สดใส

ภาพรวมรายได้ใน 4Q25 อาจยังไม่สดใสนัก เราคาดไว้ที่ 1.09 พันลบ. (+1.0% q-q, -2.0% y-y) โดยคาดรายได้ในประเทศอาจฟื้น q-q ได้เล็กน้อย ตามฤดูกาล แต่คาดรายได้ต่างประเทศอาจอ่อนลง q-q ตามฤดูกาล และคาดโตเพียง 6.1% y-y เนื่องจากผลกระทบของบาทแข็งค่า ทั้งปี 2025 คาดรายได้ต่างประเทศโตเพียง 2.5% y-y หากไม่รวมผลกระทบของรายได้จีนที่หายไป (50 ลบ.) และบาทแข็ง (กระทบ 50 ลบ.) รายได้ต่างประเทศจะเติบโตราว 13.0% y-y ส่วนรายได้ในประเทศปี 2025 คาดลดลงราว 3.9% y-y จากกำลังซื้อไม่สดใส, US tariff กระทบลูกค้าส่งออก และปัญหากัมพูชา

รายได้ในประเทศ 1H26 ยังถูกกดดัน แนวโน้มต่างประเทศดูดีกว่า

ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 10–15% y-y มาจากในประเทศ 5–8% และต่างประเทศโตมากกว่า 20% นำโดยเวียดนามและอินเดีย ขณะที่ตั้งเป้าอินโดนีเซียโตไม่น้อยกว่า 10% ภาพรวมคำสั่งซื้อในต่างประเทศยังดูดี แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Food coating ส่วนรายได้ในประเทศขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1H26 อาจยังเห็นการปรับลงของรายได้ลูกค้าที่ส่งออกไปกัมพูชา เพราะฐาน 1H25 ยังสูง

แนะนำ ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวของรายได้อีกครั้ง

เรายังคงมุมมองเดิมว่าได้ผ่านกำไรต่ำสุดในปี 2025 แล้ว และเริ่มเห็นปัจจัยหนุนการฟื้นของกำไร จากแนวโน้มภาษีที่จะลดลง จากการใช้ประโยชน์ทางภาษีของโรงงานในอินโดนีเซีย เวียดนาม และ BOI ของโรงงานใหม่ในไทย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากเห็นคือ การฟื้นตัวของรายได้รวมที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะจะช่วยลดผลกระทบของค่าเสื่อมโรงงานใหม่ที่อินเดีย และอยุธยาได้ คงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 524 ลบ. (+25.7% y-y) แต่ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 4 บาท (ปรับลด PE เป็น 15x จาก 18x) คงคำแนะนำ ถือ เพื่อรอการฟื้นตัวของคำสั่งซื้ออีกครั้ง

 

- Advertisement -