KS Daily View 09.02.2026 >>> ภาพเชิงบวกจัดตั้งรัฐบาล หลังรู้ผลเลือกตั้ง คาดเห็นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กรอบ SET วันนี้ 1,350–1,375 จุด แนะนำ MRDIYTและ STECON
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: มองไปข้างหน้า เราคาดกรอบการซื้อขายของ SET Index ในสัปดาห์นี้ที่ 1,335 – 1,375 จุด จากปัจจัยในประเทศโดยเฉพาะเรื่องทิศทางของการจับขั้วของพรรคการเมืองหลังรู้ผลการเลือกตั้ง โดยสำหรับประเด็นนี้เรายังคงมุมมองเดิมคือนโยบายเศรษฐกิจของแต่ละพรรคส่วนใหญ่นำเสนอการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการอุดหนุนการใช้จ่ายบริโภคภาคเอกชน การยกระดับรายได้และแก้ปัญหานี้ครัวเรือนซึ่งเรามองเป็นบวกกับกลุ่ม Commerce และ Finance ที่เป็นกลุ่ม Laggard ทำผลงานได้ต่ำกว่าตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ valuation ยังอยู่ในระดับล่าง มีโอกาสที่เม็ดเงินจะหมุนกลับเข้ามาและเห็นภาพการฟื้นตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะความเสี่ยงเชิงลบหรือdownside risk จากตรงนี้มีน้อยขณะที่ประเด็นต่างประเทศ ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของฝั่งสหรัฐฯ ที่เดิมมีกำหนดจะรายงานได้แก่ ตัวเลขยอดค้าปลีก (Retail sales), ตัวเลขตลาดแรงงานทั้งการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (nonfarm payrolls), อัตราการว่างงาน (unemployment rate) และตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) อาจได้รับผลกระทบจาก Government shutdown ทำให้อาจมีการเลื่อนการรายงานตัวเลขสำคัญเหล่านี้ออกไป
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,354.01 จุด เพิ่มขึ้น +2.14% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มท่องเที่ยว สื่อสาร พลังงาน ปรับตัวขึ้น ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,350–1,375 จุด จากภาพเชิงบวกในประเทศของการจัดตั้งรัฐบาลหลังรู้ผลการเลือกตั้ง โดยคาดเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นผ่านการอุดหนุนการใช้จ่ายบริโภคภาคเอกชน และการยกระดับรายได้และแก้ปัญหานี้ครัวเรือนแนะนำ MRDIYT และ STECON
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- เดือนแรกของปี 2026 (1 ม.ค.–1 ก.พ.) ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 3.39 ล้านคน ลดลง 8.6% YoY ซึ่งจีนยังครองอันดับหนึ่งที่กว่า 4.17 แสนคน ลดลงกว่า 37.7%YoY โดยวันหยุดจีนในเทศกาลตรุษจีนปี 2025 เริ่ม 28 ม.ค. – 4 ก.พ. 2025 เทียบกับปี 2026 ที่เริ่มระหว่างวันที่ 15-23 ก.พ.แม้ว่าตัวเลขเดือนนักท่องเที่ยวจีนยังคงหดตัวในเดือน ม.ค. แต่คาดว่า momentum ของจำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวในเดือน ก.พ. จากการส่งเสริมภาพลักษณ์ความปลอดภัยTrusted Thailand การอำนวยความสะดวกในการเดินทาง การยกเว้นบัตร ตม.6 และการเพิ่มเที่ยวบินของสายการบิน ประกอบกับเที่ยวบินไปญี่ปุ่นลดลงมากกว่า 40% จากความตึงเครียดทางการเมือง มองเป็นบวกกับกลุ่มโรงแรมอย่าง CENTEL ERW SHR AWC
- กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมเดินหน้าแผนบริหารจัดการปิโตรเลียมปี 2026 โดยต่ออายุการผลิตแหล่งบัวหลวงและแหล่งไพลินในอ่าวไทยเพื่อสร้างรายได้รัฐและความมั่นคงพลังงาน พร้อมคืบหน้าการเปิดสัมปทานสำรวจบนบกรอบที่ 25 และการเปิดสำรวจปิโตรเลียมทะเลอันดามันรอบที่ 26 โดยเตรียมเสนอ ครม.ให้สัมปทานภายในปีนี้มองเป็นบวกกับ PTTEP
- กทม.เตรียมเดินหน้าขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า–ตลิ่งชัน มีระยะทาง 8.127 กิโลเมตร เชื่อมจากสถานีบางหว้าไปสิ้นสุดบริเวณทางรถไฟสายใต้เดิม มีสถานียกระดับ 6 สถานี คาดปีแรกเปิดบริการในปี 2034 โดยมีมูลค่าโครงการรวมประกอบด้วยค่าก่อสร้าง 15,520 ล้านบาท ค่าเดินรถ 11,361 ล้านบาท และค่าบำรุงรักษา 22,701 ล้านบาท โดยหลังรับฟังความคิดเห็นจะจัดทำรายงานEIA เสนอ ครม.ในปี 2028 คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนปี 2028–2029 เริ่มก่อสร้างปี 2029 มองเป็น sentiment เชิงบวกกับ STECON
- ส.อ.ท. ได้เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี โดยเฉพาะนโยบายลดการใช้รถสันดาปในยุโรปและสหรัฐหลังปี 2030 ทำให้ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถแข่งขัน ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไทยยังผลิตให้ค่ายญี่ปุ่นเป็นตลาดหลัก ขณะที่ายรถจีนยังแทบไม่ใช้ซัพพลายเชนไทยเพราะต้นทุนสูงกว่า ส.อ.ท. มองเป็นsentiment เชิงลบ TH Auto OEM อย่าง AH และ SAT
- BOI เปิดเผยว่า นโยบายอินเดียที่ลดภาษีดาต้าเซ็นเตอร์เหลือ 0% นาน 20 ปี ยังไม่กระทบการลงทุนในไทย โดยนักลงทุนยังเชื่อมั่นจุดแข็งของไทยทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด ระบบน้ำ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล่าสุดบอร์ดบีโอไออนุมัติ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 9.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2025 มีคำขอส่งเสริมรวม 36 โครงการ มูลค่า 7.28 แสนล้านบาท จากทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อไทยในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล มองเป็น sentiment เชิงบวกเล็กน้อยกับ WHA และ AMATA
Daily pick
MRDIYT: ราคาพื้นฐาน 10.10 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MRDIYT และเลือกเป็น Top pick ในกลุ่ม Commerce โดยเราชอบ MRDIYT จากความสามารถในการเติบโตที่ทำได้อย่างแข็งแกร่งโดย SSSG ใน 4Q25 อยู่ที่ระดับ 1.9% เมื่อเทียบกับกลุ่ม commerce ที่ติดลบราว -3.3% จากสภาวะเศรษฐกิจของไทยที่อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องและภาค domestic consumption ที่อ่อนแอลงพร้อมกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 32.9mn ในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยเราคาดว่างบ MRDIYT ใน 4Q25 จะออกมาเติบโตได้ราว 38%yoy และ 42%qoq แข็งแกร่งสุดในกลุ่ม รายได้ที่ปรับตัวเพิ่มราว 21.9% มาจาก SSSG 4Q25 +1.9% และการขยายสาขาเพิ่มใน 4Q25 ที่ 55 สาขา ในขณะที่ SGA to sale ยังควบคุมได้ดีต่อเนื่องอยุ่ที่ 31.3% ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นมีการรายงานกำไรใน 4Q25 ที่ติดลบเป็นส่วนใหญ่
STECON: ราคาพื้นฐาน 10.52 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ STECON จากแนวโน้มของรายได้ 4Q25 จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10,000 ล้านบาท (+30%YoY, +33%QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งโครงการศูนย์ข้อมูล ในขณะที่ Backlog ของ STECON อยู่ที่ 126 พันล้านบาท ณ สิ้น 3Q25 (+44% YoY, -0.3% QoQ) โดยโครงการจากภาคเอกชนคิดเป็น 53% แม้ว่าจะไม่มีการประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่STECON ยังคงได้รับงานใหม่จากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้รับโครงการใหม่มูลค่า 32 พันล้านบาท และคาดว่าสัญญาใหม่จะได้รับจากโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกประมาณ 18 พันล้านบาท ใน 4Q25
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันจันทร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (Sentix Investor Confidence) เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -1.8 จุดต่อด้วย การอภิปรายของเฟดวอลเลอร์ในหัวข้อสินทรัพย์ดิจิทัลในงานประชุมที่จัดโดย Global Independence Center ในแคลิฟอร์เนีย
วันอังคาร ติดตามดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ (US Retail sales) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.5% MoM ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.6% MoM
วันพุธ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อของจีน เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.30% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +0.80% YoY ต่อด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (China PPI)ของจีน สำหรับเดือน ม.ค. ตลาดคาดที่ -1.6% YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.9% YoY ขณะที่สหรัฐมีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.71แสนตำแหน่งเร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.50 แสนตำแหน่ง และตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.4% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า
วันพฤหัสบดี ติดตามรายงานยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.24 ล้านหลังเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 4.35 ล้านหลัง ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.31 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.5% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.7% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (US core CPI) ตลาดคาดที่ +2.5% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.6% YoY ปิดท้ายด้วยตัวเลขคาดการณ์ GDP ของฝั่งยุโรปไตรมาสที่สี่ปี2025 ครั้งที่สองของโซนยุโรปเทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ 1.3% YoY









