ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน จากการก่อสร้างดาวเทียมไทยคม 9 และไทยคม 10 ซึ่งบันทึกเป็นสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง 3,896 ล้านบาท รวมถึงเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการได้รับคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากประเทศอินเดียบางส่วน
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2568
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 1,268 ล้านบาท (+19.0%) จากรายได้ค้างรับในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกหนี้ต่างประเทศลดลงจากการเร่งเก็บหนี้
สภาพคล่อง อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียน 1.6 เท่า ลดลงจาก 2.3 เท่า จากเงินกู้ระยะสั้นเพื่อโครงการดาวเทียมไทยคม 9–10
สินทรัพย์สิทธิการใช้ 999 ล้านบาท (-19.0%) จากการตัดจำหน่ายสิทธิการใช้ดาวเทียม
เงินกู้ยืม ไม่มีเงินกู้ระยะยาวถึงกำหนดภายใน 1 ปี มีเงินกู้ระยะสั้น 2,129 ล้านบาท เพื่อดาวเทียมดวงใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้น 10,087 ล้านบาท (+0.7%) จากกำไรสุทธิ
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.7 เท่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
กระแสเงินสดจากดำเนินงาน 853 ล้านบาท (-22.6%)
เงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) จากกิจกรรมลงทุน 1,516 ล้านบาท -8.4% จากจ่ายเงินล่วงหน้าค่าอุปกรณ์สำหรับดาวเทียมดวงใหม่
เงินสดสุทธิได้มา (ใช้ไป) ในกิจกรรมจัดหาเงิน 1,458 ล้านบาท เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในโครงการดาวเทียมดวงใหม่
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมเงินลงทุนชั่วคราว 3,220 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการเซ็นสัญญากับ GISTDA เพื่อจัดหาระบบจานสายอากาศและระบบปฏิบัติการภาคพื้นดินสำหรับควบคุมกลุ่มดาวเทียม THEOS โดยในปี 2568 รับรู้รายได้ตามความคืบหน้าโครงการ 153 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศจากประสบการณ์กว่า 30 ปี และบทบาทผู้ให้บริการดาวเทียมแบบครบวงจร
ขณะเดียวกัน บริษัทเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอินเดียผ่านความร่วมมือกับ Hughes Communications India และ Nelco Limited ยกระดับการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในภาคอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ นอกจากนี้ ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GEOINT) เติบโตต่อเนื่อง จากโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ แพลตฟอร์มติดตามการเผาในพื้นที่เกษตร โครงการเทคโนโลยีการเกษตร โดรน และโครงการ CarbonWatch สะท้อนความสำเร็จในการขยายฐานรายได้และดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ









