บล.พาย:

CREDIT: Thai Credit Bank PCL

เติบโตต่อเนื่อง และ Valuation น่าสนใจ

ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” ปรับมูลค่าพื้นฐานเป็น 21.80 บาท (เดิม 18 บาท) คำนวนด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 15%, Long term growth 2%) อิง 0.9x PBV’ 26E จาก (1) แนวโน้มผลการดำเนินงานที่โดดเด่นต่อเนื้องในกลุ่มธนาคาร (2) Valuation ระดับต่ำที่ 0.7x PBV’26 และ 4.8x P/E’26E บนการคาดการณ์ ROE ที่ 15.5% ใน ปี 2026 (3) คาดผลตอบแทนเงินปันผลที่ 4.2% ในปี 2025-26 และ (4) งบดุลที่มีเสถียรภาพ และ Coverage สูงขึ้น รับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เราปรับมุมมองการเติบโตที่ดีขึ้น คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะเต็บโต 7.5% สูงกว่ากลุ่มธนาคารที่คาดจะปรับลดลงราว 2-3% และแม้คาด ROE จะปรับลดลงที่ 15.5% ในปี 2026 แต่สูงกว่ากลุ่มธนาคารที่เฉลี่ยราว 8.8%

การประชุมนักวิเคราะห์

  • ธนาคารมั่นใจสามารถผลักดันการเติบโตสินเชื่อสูงต่อเนื่อง หากการควบคุมคุณภาพสินเชื่อเป็นตามเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายสำรองหนี้ฯ ลงในปี 2026 ทั้งนี้ ธนาคารอาจพิจารณาปรับระดับอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นในอนาคต
  • เป้าหมายการเงินในปี 2026 (1) สินเชื่อเติบโต 2 หลัก มุ่งเน้นการขยาย สินเชื่อในกลุ่มไมโคร SME แต่ยังคงระมัดระวังเติบโตในสินเชื่อนาโนและไมโครไฟแนนซ์ (2) ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่ 7.5-8.0% (3)
    Cost to income ratio ที่ 42-44% ใช้ Digital transformation เพิ่มประสิทธิภาพ (4) NPL ratio ไม่เกิน 4.5% (5) Credit cost ที่ 1.5-2.0% และ (6) ROE ที่ 16-20%
  • ธนาคารได้รับประโยชน์จากโครงการช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้นผ่านการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อม (TCG) และ BOT FIDF โดยวางแผนการใช้สิทธิผ่าน SMEs Credit Boost ที่คาดว่าจะสูง 40% ของวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท (FCFB) และใช้ยื่นสิทธิผ่าน TCG ในลำดับต่อไป ทั้งนี้ คาดยอดการเครมในปี 2026 จะใกล้เคียงกับในปี 2025 ที่ราว 2.65 พันลบ.
  • พัฒนาระบบการให้บริการด้านดิจิตอล (Digital Transformation) เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตสินเชื่อ และช่วยเหลือลูกค้าในอนาคต ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายเชิงบวกในระยะยาวจะส่งผลให้ Cost to income ratio มีแนวโน้มพัฒนาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจน

มุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้นต่อการเติบโตในปี 2026

  • เราปรับคาดการณ์กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2026 สะท้อนแนวโน้มสำรองหนี้ฯ ที่ลดลงจากงบดุลที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดยปรับลดสมมติฐาน Credit cost ลดลงที่ 175 bps จาก 215 bps ทำให้ระดับสำรองหนี้ฯ ในปี 2026 ไกล้เคียงกับในปี 2025 โดยคาดว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.5% ในปี 2026
  • แม้คาดกำไรแนวโน้มเติบโต แต่ด้วยข้อจำกัดของอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 20% ทำให้คาดว่า ROE จะปรับลดลงที่ 15.4% แต่เป็นระดับสูงหากเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารที่ราว 8.8% ในปี 2026
- Advertisement -