บล.กสิกรไทย:
SCC แนวโน้มกำไรปกติเติบโตแข็งแกร่งในช่วงปี 68-71
- เราจัดงาน KS C-Series สำหรับนักลงทุนสถาบันเพื่อพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของ SCC เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- EBITDA และกำไรแข็งแกร่ง พร้อม upside ของเงินปันผล แม้ตั้งสมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมที่ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และปริมาณขายไม่จะเปลี่ยนแปลง แต่ผู้บริหาร SCC เชื่อว่า EBITDA ปี 2569 จะเติบโต YoY จากระดับ 5.5 หมื่นลบ. ในปี 2568 ขณะที่กำไรปกติจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากระดับ 5 พันลบ. ในปี 2568 อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจก่อนหน้าที่ช่วยปลดล็อกรายได้ประจำเพิ่มเติม 4.3 พันลบ. ทั้งนี้ ด้วย EBITDA ปี 2569 ที่คาดว่าจะสูงขึ้น และแผนการลงทุน (CAPEX) ที่ทรงตัวที่ 3 หมื่นลบ. กระแสเงินสดสำหรับการจ่ายเงินปันผลคาดว่าจะเพิ่มขึ้น YoY โดยผู้บริหารยืนยันเงินปันผลขั้นต่ำที่ 5 บาท/หุ้น
- โครงการวัตถุดิบอีเทนเป็นตัวเปลี่ยนเกม ผู้บริหาร SCC ให้แนวทางว่าเมื่อโครงการวัตถุดิบอีเทนแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 โครงการดังกล่าวจะช่วยให้มีการประหยัดต้นทุนวัตถุดิบให้กับโครงการ Longson Petrochemical Project (LSP) ในเวียดนามราว 6–7 พันลบ. ต่อปี ผู้บริหารยังเชื่อว่าส่วนต่างราคาโอเลฟินส์จะค่อยๆ ฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป จากกำลังการผลิตสุทธิเพิ่มใหม่ที่ลดลงเหลือ 4 ล้านตันในปี 2569 จาก 9 ล้านตันในปี 2568 นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการปิดหรือปรับโครงสร้างกำลังการผลิตเพิ่มเติมในปี 2570 โดยเฉพาะหากอัตราดอกเบี้ยกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น
- ทิศทางกลยุทธ์ระยะยาว—ขยายธุรกิจในเวียดนาม ซีเมนต์คาร์บอนต่ำ และเพิ่มการบูรณาการในธุรกิจเคมีภัณฑ์ สำหรับกลยุทธ์ระยะยาว SCC ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการดำเนินงานในเวียดนามเป็น 15% ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่ 9% จากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ โดยซีเมนต์คาร์บอนต่ำเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญที่มีแนวโน้มเติบโตทั่วโลก และช่วยป้องกัน downside จาก CBAM และประเด็น ESG ขณะเดียวกัน SCC อยู่ระหว่างศึกษาการเพิ่มความยืดหยุ่นในธุรกิจปิโตรเคมี ผ่านการปรับปรุงโรงงานในไทยให้รองรับวัตถุดิบอีเทน หรือการบูรณาการเข้ากับโรงกลั่นหรือพอร์ตผลิตภัณฑ์ HVA ที่ใหญ่ขึ้น
มุมมอง KS
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย ที่ 240.00 บาท จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรปกติที่แข็งแกร่ง ด้วยอัตราการเติบเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 46% ในช่วงปี 2568–71 จากการปลดล็อกรายได้ประจำในปี 2569 อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ และการแล้วเสร็จของโครงการวัตถุดิบอีเทนในช่วงครึ่งหลังปี 2570 ทั้งนี้ เราคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 240 โดยอิงตาม PBV ปี 2569 ที่ 0.85 เท่า








