บล.ทิสโก้:
OR : ผลประกอบการใน 4Q ลดลง แต่ดีกว่าที่คาด ; คาด 1Q26F จะแข็งแกร่งขึ้น
ผลประกอบการดีกว่าคาดเนื่องจากอัตราภาษีต่ำกว่าที่คาดไว้
OR รายงานกำไรใน 4Q25 ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 21% QoQ และ 31% YoY แม้ภาพรวมจะดูอ่อนตัว แต่ผลประกอบการออกมาดีกว่าประมาณการของเรา 13% และสูงกว่า consensus ที่ 14% สาเหตุหลักมาจากภาระภาษีที่ต่ำกว่าคาด จากการปรับรายการภาษีช่วงสิ้นปี การหดตัวทั้ง QoQ และ YoY มีสาเหตุจากมาร์จิ้นของกลุ่ม Lifestyle ที่ลดลง และผลขาดทุนจากการดำเนินงานในกัมพูชาที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ OR รับรู้ impairment รวม 343 ล้านบาท
กลุ่ม Mobility ทรงตัว; กลุ่ม Lifestyle อ่อนตัวจาก SG&A ; ธุรกิจต่างประเทศอ่อนตัว
EBITDA ของกลุ่ม Mobility ทรงตัวทั้ง QoQ และ YoY โดย OR รายงานกำไรขั้นต้นจากน้ำมันที่ 1.02 บาท/ลิตร ใน 4Q25 ใกล้เคียง QoQ แต่สูงกว่าระดับ 0.83 บาท/ลิตร ใน 4Q24 แม้จะมีการบันทึกขาดทุนจากสต็อกประมาณ 580 ล้านบาท แต่ยังได้อานิสงส์จากค่าการกลั่นน้ำมันอากาศยานที่สูงขึ้น จากผลของ lag effect ระหว่างการปรับลงของราคาน้ำมันอย่างรวดเร็วในเดือนธันวาคม ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4% QoQ จากความต้องการน้ำมันอากาศยานที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวตามฤดูกาลของการบริโภคภาคค้าปลีก แต่ลดลง 12% YoY จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดดีเซลเชิงพาณิชย์
ในกลุ่ม Lifestyle EBITDA ลดลง 6% QoQ โดย EBITDA margin ลดลงมาอยู่ที่ 25.4% ใน 4Q25 จาก 28.2% ใน 3Q25 จากค่าใช้จ่ายในการบริหารและการขาย (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ยอดขายแก้วของ Café Amazon ทรงตัวที่ 109 ล้านแก้วใน 4Q25 ขณะที่ธุรกิจ Global เป็นกลุ่มที่อ่อนตัวที่สุด โดยมี EBITDA ขาดทุน 12 ล้านบาท จากผลขาดทุนที่ลึกขึ้นในกัมพูชาและปริมาณขายน้ำมันในฟิลิปปินส์ที่ลดลง โดยกัมพูชามีผลขาดทุนสุทธิราว 170 ล้านบาทใน 4Q25
คาดผลประกอบการ 1Q26F ปรับดีขึ้น
เราคาดว่ากำไรของ OR ใน 1Q26F จะฟื้นตัว QoQ จากการไม่มีค่าเผื่อด้อยค่าเข้ามากดดัน ขณะที่การดำเนินงานหลักยังอยู่ในเกณฑ์ดี กลุ่ม Mobility คาดว่าปริมาณขายจะทรงตัวและอัตรากำไรปรับดีขึ้น จากสถานะกองทุนน้ำมันที่แข็งแรงขึ้นและโอกาสรับรู้กำไรจากสต็อก กลุ่ม Lifestyle คาดว่ามาร์จิ้นจะกลับสู่ระดับปกติ จาก SG&A ที่ลดลงตามฤดูกาล ทั้งนี้ ประมาณการของเราไม่ได้รวมการ impairment ในกัมพูชา (มูลค่าตามบัญชีราว 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่ง OR ระบุว่าจะรับรู้ในปี 2026F หากมีความจำเป็น โดยบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ สำหรับธุรกิจในกัมพูชา รวมถึงการขายสินทรัพย์
ประกาศเงินปันผลรอบสุดท้าย ; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
OR ยังได้ประกาศเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) รอบสุดท้ายที่ 0.3 บาท (TISCOe: 0.3 บาท) ซึ่งหมายถึงการจ่ายเงินปันผล 77% และผลตอบแทน 2.2% เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ OR โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 16.40 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าเฉลี่ยระหว่าง DCF (15.40 บาท) และ SOTP (17.40 บาท) ความเสี่ยงหลัก : เศรษฐกิจที่อ่อนแอลง การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ








