บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)*

ผลประกอบการ 4Q68: ต่ำกว่าประมาณการ

Events 

กำไรสุทธิของ KCE ใน 4Q68 อยู่ที่ 123 ล้านบาท (-56% YoY, -59% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 45% และ ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาด 50% แต่หากตัดรายการพิเศษออกไป กำไรจากธุรกิจหลักใน 4Q68 จะอยู่ที่ 139 ล้านบาท (-31% YoY, -52% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 38% จากยอดขายต่ำกว่าประมาณการ 6% และ อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าประมาณการ 2.3ppts ทั้งนี้ กำไรจากธุรกิจหลักในปี 2568 อยู่ที่ 784 ล้านบาท (-49% YoY) ต่ำกว่าประมาณการกำไรทั้งปีของเรา 10% 

Impact 

ยอดขายลดลงทั้ง YoY และ QoQ 

ถึงแม้เราจะคาดเอาไว้แล้วว่ายอดขายจะอ่อนแอในไตรมาสที่สี่เพราะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุด แต่ยอดขายจริงของ KCE ใน 4Q68 ยังต่ำกว่าประมาณการของเรา 6% โดยยอดขายใน 4Q68 อยู่ที่ 3 พันล้านบาท (-7% YoY, -12% QoQ) แต่หากตัดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนออกไป ยอดขายใน 4Q68 จะอยู่ที่ 94 ล้านดอลลาร์ฯ (-2% YoY, -12% QoQ) โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากตลาดยุโรป (46% ของยอดขายรวม) ที่หดตัวลง 14% YoY และ 24% QoQ ซึ่งอาจเป็นการสะท้อนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่อ่อนแอ เมื่อพิจารณาแยกเป็นรายสินค้า พบว่ายอดขายหดตัวทั้ง YoY และ QoQ ในกลุ่ม PCBs ทุกประเภท ซึ่งอาจเป็นการสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอของสินค้ากลุ่มนี้ทั้งกลุ่ม ทั้งนี้ ยอดขายในปี 2568 อยู่ที่ 399 ล้านดอลลาร์ฯ (-5% YoY) ค่อนข้างใกล้เคียงกับประมาณการยอดขายทั้งปีของเรา 

อัตรากำไรขั้นต้นออกมาน่าผิดหวัง 

ถึงแม้เราจะคาดไว้แล้วว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q68 จะอ่อนแอเพราะเงินบาทแข็งค่าขึ้น, ราคาทองแดงแพงขึ้น และ การประหยัดต่อขนาดลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ยังออกมาต่ำกว่าที่เราคาดเอาไว้ 2.3ppts โดยอยู่ที่ 18.5% (-0.8ppts YoY, -2.9ppts QoQ) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568 อยู่ที่ 18.9% (-3.1ppts YoY) ต่ำกว่าสมมติฐานปี 2568 ของเราที่ 19.4% ในขณะเดียวกัน สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายอยู่ที่ 14% (จาก 7.8% ใน 4Q67 และ 13.8% ใน 3Q68) เนื่องจากโครงสร้างค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่เข้าไปซื้อสำนักงานขายในอังกฤษ และ เยอรมนีเข้ามาเป็นบริษัทย่อย 

ำไรมีแนวโน้มจำกัดในระยะต่อไป 

เรายังคงมองว่า KCE เผชิญความท้าทายจากทั้งในด้านของยอดขาย และ อัตรากำไร โดยยอดขายยังคงถูกกดดันจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่อ่อนแอ ในขณะเดียวกัน เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย YTD อยู่ที่ 31.3 บาท/ดอลลาร์ฯ) และ ราคาทองแดงที่แพงขึ้น (ราคาทองแดงเฉลี่ย YTD อยู่ที่ US$13,000/mt) น่าจะกดดันอัตรากำไรของบริษัท ถึงแม้ว่าผลประกอบการใน 4Q68 อ่อนแอ แต่การที่กำไรใน 1Q69F จะเพิ่มขึ้น QoQ ยังเป็นประเด็นที่ท้าทายจากการลดราคาขายสินค้า (ซึ่งตามปกติจะมีผลในช่วงต้นปี) ทั้งนี้ ประมาณการกำไรปี 2569F ของเราได้รวมผลกระทบจากราคาทองแดงที่แพงขึ้น และ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นไว้แล้ว โดยประมาณการกำไรปี 2569F ของเราต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาดประมาณ 20% (ดูบทวิเคราะห์ KCE ฉบับวันที่ 13 มกราคม 2569) 

Valuation & action 

เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยังไม่ค่อยดีขึ้น (ซึ่งอาจทำให้ยอดขายของ KCE เพิ่มได้ไม่มากในปีนี้) ประกอบกับเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และ ทองแดงมีแนวโน้มแพงขึ้น (ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE) เราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย” KCE โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 15.30 บาท อิงจาก PER ที่ 19.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.5 S.D) 

Risks 

ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น

- Advertisement -