BBGI ปี 68 กำไรโต 32% แตะ 283 ลบ. แม้รายได้หด 20% รับแรงกดดัน B5
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้จากการขายรวม 17,834 ล้านบาท ลดลง 20% YoY ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 884 ล้านบาท ลดลง 3% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 283 ล้านบาท เติบโต 68 ล้านบาท หรือ 32% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.20 บาท แม้ รายได้ลด แต่กำไรขั้นต้นดีขึ้น
รายได้ที่ลดลงมีปัจจัยหลักจากธุรกิจเอทานอล รายได้ 5,207 ล้านบาท ลดลง 13% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง แม้ปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น 30% จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและใช้กำลังการผลิตได้เต็มที่ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยลดลงตามปริมาณอ้อยในประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และธุรกิจไบโอดีเซล (B100) รายได้ 12,621 ล้านบาท ลดลง 22% YoY จากผลกระทบการปรับลดสัดส่วนผสม B7 เป็น B5 ตั้งแต่ 21 พฤศจิกายน 2567 อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากราคากลีเซอรีน (ผลิตภัณฑ์พลอยได้) ที่ปรับสูงขึ้นตามตลาด และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นรวม 843 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY สะท้อนการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY จากค่าขนส่งที่สอดคล้องกับปริมาณขายเอทานอลที่เพิ่มขึ้น
กำไรสุทธิที่เติบโต 32% YoY ได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการเข้าซื้อหุ้น บริษัท บีบีจีไอ ไบโอดีเซล จำกัด จากผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ทำให้รับรู้กำไรธุรกิจ B100 ได้เต็ม 100% ตลอดปี 2568 หากไม่รวมส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด กลุ่มบริษัทจะมีกำไร 297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% YoY
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,682 ล้านบาท ลดลง 8% YoY ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 24% เหลือ 3,339 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว 354 ล้านบาท และลดเงินกู้ระยะสั้น 188 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 9,343 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% จากการจ่ายปันผล
ด้านกระแสเงินสด บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 401 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,033 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการสร้างเงินสดจากธุรกิจหลัก ขณะที่ใช้เงินลงทุน 410 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มทุนในบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด และใช้คืนหนี้รวมถึงจ่ายปันผลรวม 768 ล้านบาท
แม้ปี 2568 รายได้ BBGI จะลดลงจากแรงกดดันด้านราคาและผลกระทบนโยบาย B5 แต่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมต้นทุน และการถือหุ้นเต็มในธุรกิจไบโอดีเซล ช่วยหนุนกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น พร้อมลดภาระหนี้และเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน สะท้อนโครงสร้างธุรกิจที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะถัดไป
ในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 มีรายได้จากการขายรวม 4,295 ล้านบาท ปรับลดลง 36% YoY และปรับลดลง 2% QoQ มี EBITDA จำนวน 242 ล้านบาท ปรับลดลง 7% YoY และปรับลดลง 10% QoQ มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 100 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท หรือ 47% YoY และปรับเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท หรือ 6% QoQ โครงสร้างรายได้อ่อนตัว แต่คุมต้นทุนหนุนกำไร
รายได้หลักบริษัทฯ ยังถูกกดดันจากทั้ง 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ เอทานอล มีรายได้ 1,298 ล้านบาท ลดลง 44% YoY จากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณจำหน่ายที่ลดลง และลดลง 15% QoQ จากปริมาณขายที่ชะลอ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นจากการบริหารประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ด้านไบโอดีเซล (B100) มีรายได้ 2,995 ล้านบาท ลดลง 31% YoY จากผลกระทบการปรับลดสัดส่วนผสม B7 เป็น B5 ตั้งแต่ 21 พ.ย. 2567 แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ ตามปริมาณจำหน่ายที่ฟื้นตัวในภาคขนส่งและท่องเที่ยว
กำไรขั้นต้นลดเล็กน้อยจากการแข่งขัน B100 อยู่ที่ 242 ล้านบาท ลดลง 5% YoY และ 12% QoQ โดยถูกกดดันจากการแข่งขันรุนแรงในตลาดไบโอดีเซล แม้ธุรกิจเอทานอลมีมาร์จิ้นดีขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะสต๊อกในประเทศที่ลดลงหลังการส่งออกเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 129 ล้านบาท ลดลง 17% YoY จากค่าขนส่งที่ลดลงตามปริมาณขายเอทานอล แต่เพิ่มขึ้น 12% QoQ ตามกิจกรรมธุรกิจปกติ
แม้รายได้รวมไตรมาส 4/68 หดตัวแรงจากปัจจัยด้านราคาและปริมาณขายในทั้งสองธุรกิจหลัก แต่การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ สะท้อนความสามารถในการรักษาความสามารถทำกำไรท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย









