INETREIT โชว์ผลงานปี 68 กวาดรายได้ 724.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.30% เติบโตแข็งแกร่ง รับเทรนด์ Sovereign Cloud หนุนอธิปไตยข้อมูลของประเทศ

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี Data Center ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 มีสินทรัพย์รวม 10,035.27 ล้านบาท และทำรายได้รวม 724.85 ล้านบาท เติบโต 17.30% ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 551.65 ล้านบาท เติบโต 26.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทนในอัตรา 0.0675 บาทต่อหน่วย ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 คิดเป็นมูลค่ากว่า 49,580,000 บาท

นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของปี 2568 ของ INETREIT เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 724.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 551.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเติบโตจากรายได้ของสินทรัพย์จากการระดมทุนเพิ่มเติมในโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 ส่วนขยาย ประกอบด้วย ตู้ Rack พร้อมอุปกรณ์การเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวน 246 Rack ซึ่งแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2568 โดยมีมูลค่าการระดมทุนกว่า 2,415 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของทรัพย์สินที่กองทรัสต์ลงทุน เพื่อรองรับการเติบโตของ AI, Cloud และ Digital Platform และความต้องการใช้บริการ Data Center ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตอบโจทย์องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูล ควบคุม และคุ้มครองข้อมูลภายใต้กฎหมายภายในประเทศตามแนวคิด Data Sovereignty

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติจ่ายประโยชน์ตอบแทน สำหรับผลการดำเนินงานในเดือนธันวาคม 2568 ในอัตรา 0.0675 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 หากรวมการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในครั้งนี้ กองทรัสต์มีการจ่ายประโยชน์ตอบแทนไปแล้ว 26 ครั้ง รวมเป็นการจ่ายประโยชน์ตอบแทน ทั้งสิ้น 3.6125 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 1,517 ล้านบาท

นายสุตกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สามารถควบคุมได้ภายใต้กฎหมายของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเองก็อยู่ในทิศทางเดียวกัน โดยกองทรัสต์ฯ ลงทุนด้าน Data Center ที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างโดดเด่น สอดคล้องกับการขยายตัวของโลกดิจิทัล และความต้องการใช้ข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น ในฐานะผู้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่อยู่เบื้องหลังบริการ Cloud และ Digital Platform ต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว ถือเป็นรากฐานของความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ มีบทบาทสำคัญต่อการจัดเก็บ ประมวลผล และควบคุมข้อมูลภายในประเทศอย่างเป็นระบบและปลอดภัย ภายใต้กรอบกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด”

“ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ขอขอบคุณผู้ถือหน่วยทรัสต์ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนในการร่วมลงทุนในกองทรัสต์มาโดยตลอด บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของกองทรัสต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ รวมทั้งมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้เพื่อประโยชน์ตอบแทนที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ทุกท่าน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง” นายสุตกานต์ กล่าวทิ้งท้าย

- Advertisement -