MC Group โตสวนเศรษฐกิจ ทรานส์ฟอร์มธุรกิจด้วย AI ครอบคลุมทุกมิติ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
Mc Group Public Company Limited แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์อันดับ 1 ของไทย เดินหน้าสู่ปีที่ 51 อย่างมั่นคง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ พร้อมประกาศกลยุทธ์บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้าสู่การดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ลูกค้าหน้าร้าน การบริหารข้อมูลสมาชิก การยกระดับประสบการณ์ Virtual Try-On ไปจนถึงการเร่งขยายช่องทางออนไลน์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ Mc JEANS กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทมีการพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งด้านการออกแบบ กระบวนการผลิต การบริหารสินค้าคงคลัง และช่องทางจัดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกเจเนอเรชัน โดยในยุคดิจิทัล AI จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางธุรกิจและเสริมความสามารถในการแข่งขัน
“บริษัทได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าภายในร้าน (In-store Customer Analysis) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย โดยเริ่มทดลองในร้านแฟล็กชิป 4 สาขา ได้แก่ แฟชั่นไอส์แลนด์ เซ็นทรัลเวสเกต เมกาบางนา และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยวิเคราะห์รูปแบบการเข้าชมร้านและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังร้านและสนับสนุนการทำงานของพนักงานขายด้วยข้อมูลเชิงลึก โดยภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มใช้งาน จำนวนลูกค้าที่เข้าร้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า และเมื่อมีการแนะนำสินค้าได้อย่างเหมาะสมและตรงความต้องการ ส่งผลให้อัตราการปิดการขายปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันบริษัทมีการใช้งานระบบ AI ดังกล่าวใน 41 สาขาทั่วประเทศ และมีแผนขยายให้ครอบคลุม 100 สาขาภายในปี 2569” นายแมทธิวกล่าว
ขณะที่ ในด้านการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทได้นำ AI-Driven Precision CRM มาใช้ในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกประมาณ 1.8 ล้านราย เพื่อยกระดับการสื่อสารทางการตลาดและการนำเสนอสินค้าในรูปแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) โดย ณ ปีงบประมาณ 2569 ยอดขายที่มาจากฐานสมาชิก CRM คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปีงบประมาณ 2568 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การเพิ่มความถี่ในการซื้อ และการสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดให้บริการเทคโนโลยี Virtual Try-On สำหรับสมาชิก โดยสามารถใช้คะแนนสะสมเพื่อทดลองสวมใส่สินค้าออนไลน์ผ่านระบบเสมือนจริง ในระยะแรกจะสามารถทดลองสินค้าได้ 2 ชิ้น เช่น เสื้อและกางเกงยีนส์ ก่อนพัฒนาไปสู่การทดลองสินค้าแบบครบชุด (Total Look) ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
นายนพดล ตั้งเด่นชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Virtual Try-On (VTO) เป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพการสวมใส่สินค้า โดยเฉพาะเสื้อผ้าและกางเกงยีนส์ บนรูปร่างของตนเองแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน เสมือนการลองสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อบริษัทคาดว่า VTO จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ ลดอัตราการคืนสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้า บริหารสินค้าคงคลังได้ดีขึ้น และสร้างประสบการณ์การซื้อแบบเฉพาะบุคคลในวงกว้าง โดยในระยะแรกบริการดังกล่าวจะเปิดให้กับสมาชิก MC จำนวน 1.8 ล้านราย และจะขยายขอบเขตการใช้งานเพิ่มเติมในอนาคต
การผสาน AI เข้ากับธุรกิจออนไลน์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของช่องทาง E-commerce ของบริษัท ผ่านการเชื่อมโยง Virtual Try-On, AI-Driven CRM และระบบวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการนำเสนอสินค้า ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ
นายปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีการเงิน บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในงวดครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 2,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 215 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว มีรายได้รวม 1,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 12%
จากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นายแมทธิว กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ยกระดับประสิทธิภาพช่องทางออนไลน์และ E-commerce อย่างเป็นระบบ ด้วยการนำ AI มาใช้ในการคัดเลือกและติดตามอินฟลูเอนเซอร์ที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมวิเคราะห์ผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบการตลาดและผลตอบแทนจากการลงทุน
ขณะเดียวกัน ระบบ Advanced Analytics และ AI Automation ยังช่วยให้บริษัทสามารถวัดผลด้านยอดขาย ต้นทุนการได้มาซึ่งลูกค้า และอัตราการแปลงเป็นยอดซื้อได้อย่างแม่นยำ รวมถึงบริหารแคมเปญและการสื่อสารทางการตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณภาพทราฟฟิกดีขึ้น อัตราการแปลงยอดขายเพิ่มขึ้น และรายได้จากช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมผลการดำเนินงานสะท้อนถึงการบูรณาการ AI เข้ากับการบริหารร้านค้า การวางแผนสินค้า และการขยายฐานสมาชิกอย่างเป็นระบบ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้า Mc JEANS ได้สะดวกยิ่งขึ้น เลือกสินค้าที่เหมาะสมกับรูปร่างและไลฟ์สไตล์ พร้อมรับประสบการณ์การซื้อที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง










