บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Origin Property (ORI.BK/ORI TB)
ประมาณการ 4Q68F: กำไรพิเศษช่วยหนุนกำไรสุทธิ
Event
ประมาณการ 4Q68F และปรับประมาณการกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่
Impact
ธุรกิจที่อยู่อาศัย 4Q68F ชะลอตัวจากการโอนคอนโดฯ 3 โครงการล่าช้า
พรีเซล (ยอดจอง) 4Q68 เพิ่มขึ้น 8% QoQ อยู่ที่ 5.4 พันล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่มากขึ้นในไตรมาสสุดท้าย แต่รายได้จากที่อยู่อาศัยอาจแย่ลงทั้ง YoY และ QoQ เหลือราว 900 ล้านบาทผลจากความล่าช้าดังกล่าวและอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำเพียง 25% ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ท้าทาย ส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยคาดว่าจะซบเซาเช่นกันจากรายได้บริหารโครงการ โรงแรม และบริการที่อ่อนตัว อีกทั้งค่าใช้จ่าย SG&A รวมถึงการตั้งสำรองเพิ่มเติมอาจพุ่งขึ้นใกล้ 700 ล้านบาท ขณะที่ คาดว่าต้นทุนการเงินจะสูงกว่า 250 ล้านบาท จากดอกเบี้ยบางส่วนที่ไม่สามารถบันทึกเป็นต้นทุนโครงการ (capitalized) ได้
กำไรพิเศษราว 170 ล้านบาทจะช่วยหนุนกำไรสุทธิ
เราคาดจะมีขาดทุนในธุรกิจหลัก แต่ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JV น่าจะยังสูงอยู่มากกว่า 300 ล้านบาท ขณะที่ กำไรจากการขายสินทรัพย์ ได้แก่ โรงแรม Staybridge และคลังสินค้า 1 แห่งใน JV กับ SCGJWD Logistics มูลค่ารวม 170 ล้านบาท จะช่วยพยุงกำไรสุทธิ เหตุนี้เราคาดกำไรสุทธิ 4Q68F จะอยู่ที่ 93 ล้านบาทพลิกจากขาดทุนสุทธิ 4Q67 ที่ 266 ล้านบาท
คาดกำไรปี 2569F จะฟื้นตัวเด่น แม้สภาพคล่องตึงตัวแต่ก็ยังบริหารจัดการได้
เราปรับลดประมาณการกำไรลง 24% เหลือ 707 ล้านบาท (-33% YoY) และปรับลดกำไรปี 2569F ลงด้วยราว 16% เป็น 849 ล้านบาท (+20% YoY) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักปี 2569F ได้แก่ i) การขายสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ 2-3 แห่ง รวมถึงคลังสินค้าภายใต้ JV กับ SCGJWD Logistics เข้ากอง REIT ii) เร่งโอน backlog มูลค่ากว่า 1.20 หมื่นล้านบาท (ขายได้แล้ว 68%) และ iii) การตั้งสำรองเพิ่มเติมที่ลดลง (Figure 6-7) ขณะที่ หนี้สินมีภาระดอกเบี้ย (net gearing) ของ ORI ณ สิ้น 3Q68 ถือว่ายังสูงที่ 1.5x ดังนั้น ORI จึงจำเป็นต้องบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ในด้านหนี้ระยะสั้นที่ 1.50 หมื่นล้านบาท โดย 50% เป็นเงินกู้โครงการและเงินทุนหมุนเวียนที่จะชำระคืนจากกระแสเงินสดภายใน ส่วนที่เหลือเป็นหุ้นกู้ (75% จะ refinance ด้วยหุ้นกู้ชุดใหม่ และอีก 25% ชำระจากเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์)
Valuation & Action
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ ORI แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงใหม่จากเดิม 3.30 บาทเป็น 2.42 บาท อิงจาก PE ที่ 7x (-0.5SD) บน EPS ปี 2569F ลดจากเดิม 8.2x (ค่าเฉลี่ย) โดยมองว่าอัตราการฟื้นตัวจะช้ากว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า การก่อสร้างโครงการเกิดความล่าช้าและอุปสงค์อสังหาฯ ที่ยังอ่อนแอ ส่วนแผนธุรกิจปี 2569 ของบริษัทจะเปิดเผย 19 ก.พ. 69
Risks
ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โอกาสการปฏิรูปนโยบายจากภาครัฐ การให้สินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้นท่ามกลางภาวะหนี้สินภาคครัวเรือนสูงยืดเยื้อ รวมทั้ง การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ








