บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
CH.KARNCHANG (CK TB)
4Q25E earnings ease q-q on seasonality
- คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ลดลง 76% q-q จากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่ฟื้นจากขาดทุนใน 4Q24
- รายได้ก่อสร้าง 4Q25 คาดทรงตัว q-q แต่เพิ่มขึ้น 16% y-y ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นที่ 7.4% สอดคล้องกับเป้าบริษัท
- คงคำแนะนำซื้อ ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 19 บาท (SOTP)
คาดกำไร 4Q25 ลดลง q-q น้อยกว่าที่เคยคาดก่อนหน้า
เราคาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 415 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 100–200 ล้านบาท โดยพลิกจากขาดทุนสุทธิ 171 ล้านบาทใน 4Q24 แต่ลดลง 76% q-q เนื่องจาก 3Q25 มีกำไรพิเศษจากการขาย LPCL หากตัดรายการพิเศษ กำไรปกติคาดอยู่ที่ 402 ล้านบาท ลดลง 57% q-q โดยการหดตัว q-q มีสาเหตุหลักจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง คาดอยู่ที่ 501 ล้านบาท (สูงกว่าที่เราเคยคาด) ลดลง 33% q-q จาก BEM และ CKP เข้าสู่ช่วง Low Season อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบ y-y ส่วนแบ่งกำไรคาดเพิ่มขึ้น 68% เนื่องจาก 4Q24 ได้รับผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนของ LPCL ทั้งนี้ CK จะไม่รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก LPCL ตั้งแต่ 4Q25 เป็นต้นไป
แนวโน้มธุรกิจก่อสร้างยังแข็งแรงใน 4Q25
รายได้ก่อสร้างใน 4Q25 คาดทรงตัว q-q แต่เพิ่มขึ้น 16% y-y เป็น 1.09 หมื่นล้านบาท โครงการหลักที่รับรู้รายได้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง รถไฟทางคู่เด่นชัย และรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น 4Q25 คาดที่ 7.4% ปรับลดเล็กน้อยจาก 7.9% ใน 3Q25 แต่ดีขึ้นจาก 7.2% ใน 4Q24 สอดคล้องกับกรอบเป้าหมายของบริษัทที่ 7–8% ขณะที่ SG&A คาดเพิ่มขึ้นทั้ง q-q และ y-y จากค่าผลตอบแทนพนักงานและค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับการเร่งงานก่อสร้าง อย่างไรก็ดี คาดดอกเบี้ยจ่ายลดลงเป็น 490 ล้านบาท (-10% q-q, -27% y-y) หลังบริษัทชำระคืนหนี้
เสถียรภาพการเมืองหนุนโอกาสการรับโครงการใหม่
Backlog ณ สิ้นปี 2025 คาดยังแข็งแกร่งที่ 1.96 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถหนุนให้รายได้ก่อสร้างยืนระดับสูงกว่า 4 หมื่นล้านบาทในปี 2026 ขณะที่ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่คาดใน 2Q26 เราคาดเห็นความคืบหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นใน 2H26 ได้แก่ โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งตะวันออก รถไฟความเร็วสูง และทางด่วนกระทู้–ป่าตอง ซึ่ง CK มีศักยภาพเข้าร่วมประมูล รวมถึงโครงการเป้าหมายหลักอย่างทางด่วน Double Deck มีโอกาสเดินหน้าต่อ และ BEM เซ็นสัญญาภายในปี 2026
คงคำแนะนำซื้อ ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 19 บาท
ความชัดเจนด้านการจัดตั้งรัฐบาลคาดยังเป็นปัจจัยหนุน Sentiment ระยะสั้น สะท้อนจากราคาหุ้นที่ปรับขึ้น 22% ในสัปดาห์หลังการเลือกตั้ง เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 19 บาท (จาก 17 บาท) อิงวิธี SOTP สะท้อนการปรับเพิ่ม Target EV/EBITDA ของธุรกิจก่อสร้างเป็น 9 เท่า (จาก 8 เท่า) จากเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PBV 2026 ที่ 0.9 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -1.5SD) นอกจากนี้ คาดเงินปันผล 2H25 ที่ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนราว 3% เราจึงคงคำแนะนำซื้อ








