TFG มาตามนัด! ปี 68 กำไรสุทธิแตะ 7,440.84 ลบ.ออลไทม์ไฮ บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.30 ./หุ้น ขึ้น XD วันที่ 4 มีนาคม 2569 นี้ ปักธงปี 69 ค้าปลีกเวียดนาม ดันผลงานดีต่อเนื่อง!

บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง! เปิดงบปี 68 กวาดรายได้ 73,358.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.01% กำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท พุ่ง 136.68% ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.30 บาท/หุ้น ขึ้นครื่องหมาย XD วันที่ 4 มีนาคม 2569 พร้อมแต่งตั้ง นายเพชร นันทวิสัย นั่งซีอีโอคนใหม่ ฟากผู้บริหารเพชร นันทวิสัยระบุแผนปี 69 ชูธุรกิจค้าปลีกเวียดนาม กระจายความเสี่ยง ล็อกต้นทุนเพิ่มสินค้า Margin สูง ตั้งเป้ารายได้เติบโตนิวไฮต่อเนื่อง  

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2568 มีรายได้รวม 73,358.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,277.04  ล้านบาท หรือ 11.01% และมีกำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,297.03 ล้านบาท หรือ 136.68% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสุกรทั้งในและต่างประเทศ ไก่ อาหารสัตว์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ผ่าน Thai Foods Fresh Market ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทั้งนี้ รายได้รวมดังกล่าวมาจากธุรกิจร้านค้าปลีกราว 37.34% , ธุรกิจไก่ 27.23%, ธุรกิจสุกร 19.27% และธุรกิจอาหารสัตว์ 14.85% ตามลำดับ

“ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 ถือเป็นปีที่เห็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายช่องทางค้าปลีกของตนเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทฯเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ ทำให้ธุรกิจภาพรวมของกลุ่มไทยฟู้ดส์ มีความยั่งยืน”

ในส่วนของ ธุรกิจค้าปลีก ผ่านร้าน Thai Foods Fresh Market ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต (S-Curve) บริษัทฯตั้งเป้าขยายสาขาจาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขาในปี 2569 

สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ยังคงเป็น Growth Engine สำคัญ โดยในปี 2569 บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจสุกรก็ยังมีการขยายฟาร์มเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้รายได้และต้นทุนการผลิตโดยรวมจะดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี 2570

สำหรับแผนการลงทุน ตั้งงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีก การลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง ซึ่งได้ทำการล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60 – 70%

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯยังมีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.30 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 มีนาคม 2569 กำหนดจ่าย 24 เมษายน 2569 ซึ่งหากรวมการจ่ายปันผลระหว่างกาลในรอบปีนี้ทั้งหมด เท่ากับ 0.70 บาท/หุ้น (มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลจำนวน 3 ครั้ง) และมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายเพชร นันทวิสัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

- Advertisement -