QHHRREIT ประกาศราคาเสนอขายสูงสุดหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน 6.70 บาทต่อหน่วย เปิดให้นักลงทุนทุกกลุ่มจองซื้อ 23-27 ..นี้ ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ และแอปฯ SCB EASY ลุยต่อสิทธิการเช่าโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลมเสริมแกร่ง คาดการณ์ยิลด์ปีแรกสูงกว่า 10.8%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หรือ QHHRREIT (กองทรัสต์ฯ) ประกาศราคาเสนอขายสูงสุดหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่  1 ไม่เกิน 6.70 บาทต่อหน่วย เตรียมเปิดให้ผู้ถือหน่วยเดิมจองซื้อในอัตรา 1 หน่วยทรัสต์เดิมต่อ 0.1642 หน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม พร้อมกับประชาชนทั่วไป จองซื้อผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา และแอปฯ SCB EASY ระหว่างวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเข้าลงทุนในโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลมบนทำเล Super Prime CBD ที่หาได้ยากในปัจจุบัน ชูจุดเด่นโอกาสเข้าซื้อทรัพย์ทำเลหลังสวนในราคาที่ต่ำกว่าราคาประเมินถึงประมาณ 6.1% และอัตราการเข้าพักสูงกว่า 91% ในงวด 9 เดือน 2568 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและโอกาสทองในการลงทุนที่น่าจับตา รับอานิสงส์เทรนด์ดอกเบี้ยขาลง และท่องเที่ยวฟื้นตัว คาดว่าจะประกาศราคาเสนอขายสุดท้ายภายในวันที่ 27 .. นี้

นายสุขวัฒก์ ภวสันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ฯ เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า ควอลิตี้ เฮ้าส์ โฮเทล แอนด์ เรซิเดนซ์ หรือ QHHRREIT พร้อมเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล และประชาชนทั่วไป จองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด 6.70 บาทต่อหน่วย กำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิ์จองซื้อที่ 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.1642 หน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม ซึ่งสามารถจองซื้อน้อยกว่า, เท่ากับ หรือมากกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรรได้ โดยจองซื้อได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ และจองผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY ได้เช่นกัน โดยราคาเสนอขายสุดท้ายคาดว่าจะประกาศผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ หากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างค่าจองซื้อให้แก่ผู้จองซื้อตามวิธีการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนฉบับมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ QHHRREIT จะเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 จำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 69,000,000 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 462,300,000 บาท ให้แก่ 1) ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจัดสรรตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ แต่ไม่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่จะทำให้กองทรัสต์มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ (Preferential Public Offering) ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวนฉบับมีผลบังคับใช้ ซึ่งผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมอาจแสดงความจำนงที่จะซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมตามสิทธิมากกว่า หรือน้อยกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรรหรือสละสิทธิการจองซื้อก็ได้ และ 2) จัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ซึ่งรวมถึงผู้ลงทุนสถาบัน ซึ่งไม่ใช่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของกองทรัสต์ QHHRREIT และ/หรือประชาชนทั่วไป (Public Offering) ตามที่เห็นสมควร

“การเพิ่มทุนของ QHHRREIT ในครั้งนี้นับเป็นการเพิ่มทุนครั้งสำคัญ ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว โดยภายหลังจากการเพิ่มทุนเสร็จสิ้นจะส่งผลให้ QHHRREIT มีสัดส่วนกรรมสิทธิ์ (Freehold) ของทรัพย์สินในกรุงเทพมหานครสูงถึง 63% และส่งผลให้อายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกองทรัสต์เพิ่มสูงขึ้นถึง 28.6 ปี ซึ่งสูงสุดในกลุ่ม Hospitality REIT ผลักดันให้กองทรัสต์สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วย” นายสุขวัฒก์ กล่าว

นางสาวรพีพรรณ บุณยรักษ์ Department Head, Product Distribution and Development  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ของกองทรัสต์ QHHRREIT เพื่อเข้าลงทุนในโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม นับเป็นจังหวะการลงทุนที่สำคัญจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง พร้อมด้วยด้วยจุดเด่น ดังนี้

1) ทำเลศักยภาพระดับ Super Prime CBD บนถนนหลังสวน ใกล้กับสวนลุมพินีและสถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลม แวดล้อมด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ สถานทูต อาคารสำนักงานเกรด A และแหล่งช้อปปิ้งระดับลักชัวรี ซึ่งเป็นทำเลที่มีดีมานด์สูงและอุปทานที่ดินจำกัด และราคาทรัพย์สินที่เข้าลงทุนต่ำกว่าราคาประเมินถึงประมาณ 6.1%

2) กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงด้านกลุ่มลูกค้า โดยผู้บริหารทรัพย์สินมีนโยบายเพิ่มความหลากหลายของสัญชาติผู้เข้าพัก บริหารจัดการลูกค้าเข้าพักแต่ละสัญชาติเฉลี่ยไม่เกิน 15% เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งและสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงาน 

3) บริหารโดยทีมมืออาชีพ ภายใต้บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแถวหน้าของไทย ที่มีประสบการณ์ในโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์กว่า 30 ปี พร้อมโอกาสในอนาคตที่กองทรัสต์อาจพิจารณาเข้าลงทุนในโครงการศักยภาพอื่นๆ ในเครือเพิ่มเติม

4) ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่อง โดยโครงการในพอร์ตโฟลิโอทั้ง 4 แห่งมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม มีอัตราการเข้าพักสูงถึง 91% ในงวด 9 เดือน ปี 2568 ที่ผ่านมาเสริมด้วยกลยุทธ์ Active Strategy ในการบำรุงรักษาทรัพย์สินให้ทันสมัยอยู่เสมอเพื่อดึงดูดผู้เข้าพัก

และ 5) ประมาณการผลตอบแทนปีแรกโดดเด่น ไม่ต่ำกว่า 10.8% อ้างอิงรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมติสำหรับงวด 12 เดือน ช่วงเวลาประมาณการระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2570 โดยปรับปรุงสมมติฐานจำนวนหน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติมประมาณ 69 ล้านหน่วย และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวนประมาณ 835 ล้านบาท และราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมที่ 6.70 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือว่าโดดเด่นเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรหรือเงินฝาก

“การลงทุนเพิ่มเติมใน QHHRREIT ครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดีสอดรับกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูงบนทำเล Super Prime CBD อย่างชิดลม ซึ่งมีอัตราการเข้าพักโดดเด่น เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ เมื่อประกอบกับกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและประมาณการผลตอบแทนปีแรกที่สูงกว่า 10.8% จึงเชื่อมั่นว่านี่เป็นโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีรากฐานแข็งแกร่งและพร้อมเติบโตไปกับทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวดีขึ้น” นางสาวรพีพรรณ กล่าว

- Advertisement -