บล.เอเซีย พลัส:

TU กำไร 4Q68 อ่อนตัวตามคาด

Flash Points

• 4Q68 กำไรปกติตามคาด 1.03 พันล้านบาท ลดลง 10% yoy และ 14.5% qoq จากผลกระทบเชิงลบของอัตราแลกเปลี่ยน และจาก US Tariff ส่งผลต่อยอดขายและมาร์จิ้นธุรกิจ AMBIENT ไม่สามารถชดเชยกับธุรกิจ Frozen และ PETCARE ที่มียอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้นได้

• ปี 2568 กำไรปกติ 4.13 พันล้านบาท (-19% yoy) จากยอดขายอ่อนตัว 4% yoy เหตุหลักจากผลกระทบเชิงลบของอัตราแลกเปลี่ยนราว 3% จากปีก่อน และหากพิจารณารายธุรกิจพบว่ายอดขายอ่อนตัวลงในทุกธุรกิจ ยกเว้นอาหาร PETCARE นอกจากนี้ยังเจอค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่สูงขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กร โดยทั้งหมดบดบังปัจจัยบวกของมาร์จิ้นและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ดีขึ้น

Impact Insight

• ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายกลับมาเติบโต 3-4% จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก นำโดยธุรกิจ PETCARE คาดเติบโตมากสุด ขณะที่ธุรกิจหลัก AMBIENT เริ่มดำเนินการปรับราคาขายรอบ 2 ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังรอบแรกเกิดขึ้น 3Q68

• Gross margin คาด 19-20% จากความสามารถทำกำไรที่ดีขึ้นในธุรกิจ AMBIENT หลังปรับราคาขาย และธุรกิจ FROZEN ที่ยังแข็งแกร่งจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ ส่วนธุรกิจ PETCARE มองมาร์จิ้นใกล้เคียงปีก่อน ส่วน SG&A/Sales ประเมินในกรอบ 13.5-14.5% (ปีก่อนที่ 14.3%)

• สมมติฐานเบื้องต้นยังสอดคล้องกับประมาณการฝ่ายวิจัย จึงคงคาดกำไรปกติปี 2569 เท่ากับ 4.67 พันล้านบาท กลับมาฟื้นตัว 13% จากปี 2568 โดยแนวโน้มกำไร 1Q69 คาดอ่อนตัวจาก 4Q68 เป็นไปตามฤดูกาล แต่ดีขึ้นจากฐานต่ำ 1Q68

Execution

• คงแนะนำ Trading ด้วยมูลค่าพื้นฐานปี 2569 ที่ 13.20 บาท (อิง PER 12 เท่า) ราคาหุ้นมี upside 6.5% โดย TU ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 2H68 หุ้นละ 0.35 บาท หรือ 2.8% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค. 2569

• บริษัทยังเหลือหุ้นซื้อคืนเมื่อปี 2568 ที่ยังไม่ได้จำหน่ายคืนและลดทุนอีก 400 ล้านหุ้น (สัดส่วน 9.4% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว) หากนำมาลดทุนทั้งหมด จะทำให้ราคาเป้าหมายปีนี้มีโอกาสขยับขึ้นเป็น 14.60 บาท

กำไร 4Q68 อ่อนตัวตามคาด

การดำเนินงาน 4Q68 ตามคาด มีกำไรสุทธิ 1.01 พันล้านบาท (-16.5% yoy, -22% qoq) หากไม่รวมขาดทุนพิเศษสุทธิ 21 ล้านบาท พบว่ากำไรปกติยังสอดคล้องกับคาด 1.03 พันล้านบาท (-10% yoy, -14.5% qoq) เหตุจากยอดขาย 3.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.1% yoy จากผลกระทบเชิงลบของอัตราแลกเปลี่ยน และ US Tariff กระทบต่อธุรกิจหลักอาหารทะเลแปรรูป (AMBIENT) มียอดขายชะลอตัวลง ไม่สามารถชดเชยกับการเติบโตของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง (FROZEN), อาหารสัตว์ (FEED) และอาหารสัตว์เลี้ยงได้ อย่างไรก็ดี หากเทียบยอดขายในเชิง qoq พบว่าดีขึ้น 1.6% จาก 3Q68 ตามปัจจัยฤดูกาลในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นธุรกิจ AMBIENT นอกจากนี้ Gross Margin ลดลงอยู่ที่ 18.3% จาก 18.7% งวดปีก่อน และ 19% งวดก่อน มาจากมาร์จิ้นที่ลดลงในธุรกิจ AMBIENT หลังได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีในสหรัฐ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่การปรับราคาขายยังไม่สามารถปรับขึ้นได้ทันทั้งหมด ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนลูกค้า และต้นทุนปลาทูน่าสูงขึ้น ล้วนกดดันต่อมาร์จิ้น แม้บางส่วนถูกชดเชยด้วยมาร์จิ้นที่ดีขึ้นในธุรกิจ FROZEN และ PETCARE ก็ตาม

โดยทั้งปี 2568 กำไรสุทธิ 4.6 พันล้านบาท (-7.5% yoy) และกำไรปกติ 4.13 พันล้านบาท (-19% yoy) จากยอดขายอ่อนตัว 4% yoy เหตุหลักจากผลกระทบเชิงลบของอัตราแลกเปลี่ยนราว 3% จากปีก่อน และหากพิจารณารายธุรกิจพบว่ายอดขายอ่อนตัวลงในทุกธุรกิจ ยกเว้นอาหาร PETCARE นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่สูงขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กร (ปี 2568 รวม 898 ล้านบาท vs 700 ล้านบาท ปี 2567) ทำให้ SG&A/Sales เพิ่มเป็น 14.3% เทียบกับ 13.3% จากปีก่อนหน้า โดยแรงกดดันจากยอดขายและค่าใช้จ่ายบดบังปัจจัยบวกของมาร์จิ้นและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ดีขึ้น

ตั้งเป้าปี 2569 กลับมาเติบโต พร้อมอัตรากำไรขยายตัว

บริษัทเปิดเผยเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ดังนี้

  1. ยอดขายตั้งเป้าเติบโต 3-4% จากปีก่อน (ภายใต้อัตราแลกเปลี่ยน 32.5 บาท/USD) จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก นำโดยธุรกิจ PETCARE คาดเติบโตมากสุด หนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มต่อเนื่องทั้งลูกค้าเดิม เพิ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงต่อยอดการขายไปยังสินค้านวัตกรรมใหม่ที่มีราคาและมาร์จิ้นดี ขณะที่ธุรกิจหลัก AMBIENT เริ่มดำเนินการปรับราคาขายรอบ 2 ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา หลังรอบแรกเกิดขึ้น 3Q68
  2. Gross Margin คาด 19-20% ดีขึ้นจากเฉลี่ย 18.9% ปี 2568 จากความสามารถทำกำไรที่ดีขึ้นในธุรกิจ AMBIENT หลังปรับราคาขาย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนเพิ่มขึ้นจาก US Tariff และธุรกิจ FROZEN ที่ยังแข็งแกร่งจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ ส่วนธุรกิจ PETCARE มองมาร์จิ้นใกล้เคียงปีก่อน นอกจากนี้มุ่งเน้นการบริหารด้านต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ
  3. SG&A/Sales ประเมินในกรอบ 13.5-14.5% (ปีก่อนที่ 14.3%) แม้ได้รับผลกระทบเต็มปีจาก US Tariff และการเพิ่มงบการตลาดเพื่อผลักดันการเติบโตของสินค้าแบรนด์ แต่บางส่วนถูกชดเชยกับการลดลงของค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างองค์กร หลังสิ้นสุดโครงการ Sonar ฝ่ายวิจัยคงประมาณการเดิม เนื่องจากสมมติฐานสำคัญไม่ต่างจากเป้าหมายบริษัทอย่างมีนัยฯ ภายใต้ยอดขายเติบโต 2.9% yoy, Gross Margin 19%, SG&A/Sales 14% และ Effective Tax Rate 8% คาดการณ์กำไรปกติ 4.67 พันล้านบาท กลับมาฟื้นตัว 13% จากปี 2568 โดยแนวโน้มกำไร 1Q69 คาดอ่อนตัวจาก 4Q68 เป็นไปตามฤดูกาล แต่ดีขึ้นจากฐานต่ำ 1Q68
- Advertisement -