TPS สุดสตรอง! ปี 68 กำไรแตะ 138.79 ลบ. นิวไฮต่อเนื่อง บอร์ดใจดี! จ่ายปันผลอีก 0.12 บ./หุ้น รวมทั้งปีจ่าย 0.20 บ./หุ้น ปักหมุดปี 69 มุ่งพัฒนาธุรกิจใหม่ AI-Smart Health เพิ่มฐานลูกค้า
บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) โชว์ผลงานโตแกร่ง ปี 68 กำไรสุทธิ 138.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.45% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ อานิสงส์รับรู้รายได้จากธุรกิจหลัก–ควบคุมต้นทุนได้ดี บอร์ดเคาะจ่ายปันผลเป็นเงินสดอีก 0.12 บาท/หุ้น รวมทั้งปีจ่าย 0.20 บาท/หุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ฟากซีอีโอ “บุญสม กิจเกษตรสถาพร” ระบุ ปี 69 มุ่งพัฒนาธุรกิจใหม่ ทั้ง AI-Smart Health ขยายฐานลูกค้าเดิม เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ พร้อมเข้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง ตุน Backlog แน่น 1,896 ล้านบาท หวังดันรายได้เติบโต 15-20%
นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (TPS) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 138.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.45% จากปีก่อน สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง และมีรายได้รวม 1,583.29 ล้านบาท
โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้การให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย รายได้จากการจำหน่าย และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และรายได้จากงานให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ รวมทั้ง สามารถควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลประจำปี 2568 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 83,939,947.00 บาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้ผู้ถือหุ้นแล้วในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 33,575,978.80 บาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ดังนั้น คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายจากกำไรสุทธิ ประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 50,363,968.20 บาท กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 27 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2569
“แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 15-20% เทียบปีก่อน โดยปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) จำนวน 1,896 ล้านบาท พร้อมกันนี้ TPS และกลุ่มบริษัทย่อย ยังเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และเป็นงานที่มีมาร์จิ้นสูง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากภาครัฐ 36.88% และภาคเอกชน 63.12%”
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีการพัฒนาธุรกิจใหม่เพิ่มเติม ทั้งธุรกิจด้าน AI เพื่อนำเสนอโซลูชันใหม่ โดยเน้นการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ ให้กับลูกค้าเดิม พร้อมนำเสนอลูกค้าใหม่ ส่วนธุรกิจ Smart Health ซึ่งจะเน้นการนำเสนอให้กับกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลและกลุ่มที่สนใจทางด้านสุขภาพ เป็นต้น เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ
ขณะที่ ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจจำหน่าย และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ธุรกิจการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย, ธุรกิจวิศวกรรมโยธาด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานและโทรคมนาคม รวมทั้ง ธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นๆ บริษัทฯ มีการพัฒนาและเพิ่มทีมงานที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ เพื่อรองรับการเติบโตของเทรนด์เทคโนโลยี และความต้องการของลูกค้า เช่น งานด้าน Cyber Security ปัจจุบันตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยพร้อมกับปกป้องข้อมูลและระบบต่าง ๆ จากภัยคุกคามทางไซเบอร์









