KS Daily View 23.02.2026 >>> อาจเห็นแรงเก็งกำไรกลุ่มส่งออก หลังศาลฏีกาสหรัฐฯ เพิกถอนภาษีทรัมป์ กรอบ SET วันนี้ 1,470–1,500 จุด แนะนำ RCL และ SCGP
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: ในสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่ออีก 49 จุด หรือ 3.4% หนุนจาก DELTA ที่ปรับตัวขึ้น 8.3% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด โดยการปรับตัวขึ้นของ DELTA มีผลต่อ SET index ถึง 17.7 จุด นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังได้อานิสงค์บวกจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่เข้าซื้อสุทธิหุ้นไทยต่ออีก 1.1 หมื่นลบ. ในขณะเดียวกันช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลฏีกาสหรัฐฯ มีมติให้เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯจากการอิงกฎหมายภาวะฉุกเฉินนั้นอยู่เหนืออำนาจของประธานาธิบดี คาดว่าจะส่งภาพเชิงบวกกับกลุ่มส่งออกของไทยในระยะสั้น มองไปข้างหน้า สัปดาห์นี้ประเมิณกรอบ SET index ที่ 1,450 – 1,500 จุด โดยมีประเด็นทั้งต่างประเทศและในประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญและจับตาดูคือ
1) การตอบโต้เพิ่มเติมของทางโดนัลด์ ทรัมป์ หลังศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินให้เพิกถอนมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ
2) การรายงานตัวเลขส่งออกของไทยที่มีกำหนดจะรายงานในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยคาดว่ายังขยายตัวได้แต่เป็นภาพของการชะลอตัวลง
3) ผลการประชุม กนง. ในช่วงวันพุธ แม้คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม แต่ความสนใจอยู่ที่ท่าทีการส่งสัญญาณของ กนง. ว่าในปีนี้จะยังลดต่อหรือไม่
4) ช่วงโค้งสัปดาห์สุดท้ายของการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนฯ
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,479.71 จุด เพิ่มขึ้น +3.45% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มบริการเฉพาะกิจ อิเล็กทรอนิกส์ ธนาคาร ปรับตัวขึ้น ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,470–1,500 จุด ในระยะสั้นอาจเห็นแรงเก็งกำไรในกลุ่มส่งออกหลัง ศาลฏีกาสหรัฐฯ มีมติให้เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯคาดว่าจะส่งภาพเชิงบวกกับกลุ่มส่งออกของไทยในระยะสั้น แนะนำ RCL และ SCGP
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
1. ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลฏีกาสหรัฐฯ มีมติให้เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จากการอิงกฎหมายภาวะฉุกเฉินนั้นอยู่เหนืออำนาจของประธานาธิบดี ในแง่ของผลกระทบจากคำตัดสิน มองสำหรับไทยเป็นบวกในเชิงของการส่งออกอาจทำได้ดีกว่าที่เดิมคาด ซึ่งจะสร้าง upside ให้กับ GDP ปี 2026 ด้านมุมมองต่อการลงทุนในตลาด และเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออกเช่น Electronics (DELTA HANA KCE), F&B (ITC, AAI, TU, ASIAN), PETRO (PTTGC, IVL) และ AUTO (STA, AH), และ กลุ่มขนส่งเดินเรือ / โลจิสติกส์ (PSL, TTA, RCL, WICE) อาจได้ประโยชน์ในเชิงจิตวิทยาช่วงสั้นแม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% มีผลทันที เพียงหนึ่งวันหลังเพิ่งลงนามเก็บภาษี 10% ทั่วโลก ภายหลังศาลฎีกาสหรัฐมีมติ 6 ต่อ 3 ว่านโยบายภาษีที่อ้างกฎหมาย IEEPA ขัดต่อกฎหมาย โดยทรัมป์ระบุว่าการขึ้นภาษี 15% ภายใต้ Section 122 พร้อมส่งสัญญาณว่าจะพิจารณาใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมเช่น 232 หรือ 301ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
2. กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศขึ้นบัญชีกองทัพเรือและกองทัพอากาศของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ทั้งหมดเป็นองค์กรก่อการร้าย เพื่อตอบโต้ที่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปมีมติขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นกลุ่มก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น และการเพิ่มกำลังทหารของสหรัฐฯ พร้อมคำขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน มองเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันระยะสั้น เป็นบวกกับ PTTEP และ refineries จากแนวโน้ม stock gain ใน 1Q26
3. ทั้งนี้ด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านที่อาจดันราคาน้ำมันโลกผันผวน กบน. มีมติปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันสำหรับดีเซลลง 45 สต./ลิตร จากเดิมเก็บ 15 สต./ลิตร เป็นอุดหนุน 30 สต./ลิตร เพื่อคงราคาขายปลีกดีเซลราว 30 บาท/ลิตร ไม่ให้กระทบค่าครองชีพ แม้มาตรการนี้ทำให้รายรับดีเซลลดลงวันละ 29.52 ล้านบาท แต่ฐานะกองทุนยังรองรับได้ โดย ณ 15 ก.พ. 69 กองทุนฯ สุทธิเป็นบวก 1,772 ล้านบาท (บัญชีน้ำมัน +39,951 ล้านบาท, บัญชี LPG -38,179 ล้านบาท) มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบกับ OR และ PTG จากแนวโน้มของ marketing margin ถูกกดดันด้วยราคาน้ำมันดิบที่กลับมาปรับตัวขึ้น
4. กรมสรรพสามิตเตรียมผลักดัน “ภาษีความเค็ม” หรือภาษีโซเดียมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลใหม่ หวังลดการบริโภคโซเดียมของคนไทยที่เฉลี่ยสูงถึง 3,650 มก./วัน เกินเกณฑ์ WHO เกือบเท่าตัว โดยโครงสร้างภาษีจะเป็นแบบขั้นบันไดคล้ายภาษีความหวาน จัดเก็บกับสินค้าที่มีโซเดียมสูง เช่น ขนมขบเคี้ยว พร้อมยกเว้นสินค้าจำเป็นและวัตถุดิบพื้นฐาน เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพ มองเป็นจิตวิทยการลงทุนเชิงลบเล็กน้อยกับ SNNP TKN CHAO
5. AOT ประกาศปรับค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2026 ครอบคลุมสนามบินทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ ขณะที่ค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศคงเดิมที่ 130 บาท
Daily pick
RCL: ราคาพื้นฐาน 28.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ RCL หลัง ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลฏีกาสหรัฐฯ มีมติให้เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ โดยมองการปรับเพิ่มภาษีนำเข้าในลักษณะวงกว้างแบบไม่จำกัดขอบเขต มูลค่า และระยะเวลา จากการอิงกฎหมายภาวะฉุกเฉินนั้นอยู่เหนืออำนาจของประธานาธิบดี อาจส่งผลให้การค้าโลกกลับมามีบรรยากาศเชิงบวกเล็กน้อยและอาจหนุนให้ค่า freight กลับมาฟื้นตัว ทั้งนี้ในแง่ของผลกระทบจากคำตัดสิน มองสำหรับไทยเป็นบวกในเชิงของการส่งออกอาจทำได้ดีกว่าที่เดิมคาด ซึ่งจะสร้าง upside ให้กับ GDP ปี 2026 อย่างไรดีประธานาธิบดีโดนัลด์เปิดเผยว่าจะขึ้นภาษี 15% ภายใต้ Section 122 พร้อมส่งสัญญาณว่าจะพิจารณาใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมเช่น 232 หรือ 301ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อาจส่งผลให้มีการเร่งส่งออกอีกครั้ง
SCGP: ราคาพื้นฐาน 22.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SCGP จากแนวโน้มกำไรปี 2026 ที่จะฟื้นตัว 36% YoY จาก GPM ที่ปรับตัวดีขึ้นหลังราคากระดาษรีไซเคิล (RCP) ที่ลดลง ซึ่งราคาใน 4Q25 ปรับตัวลดลงกว่า 10% QoQ ประกอบกับ ASP คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวใน 1Q26 ทั้งนี้แนวโน้มสภาพตลาดที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการนำเข้ากระดาษบรรจุภัณฑ์จากจีนที่เพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นราคา (ASP) ของผู้ผลิต ทำให้ผู้บริหารคาดว่า Fajar จะสามารถกลับมาสร้างกำไรสุทธิได้ภายในช่วงกลางปี 2026
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันจันทร์ ติดตามการรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานในสหรัฐ (US Factory Orders) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.1% MoM เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.7% MoM ต่อด้วยตัวเลขส่งออก (TH Exports) จากกระทรวงพาณิชย์ เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 8.0% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 16.8% YoY และตัวเลขนำเข้า (TH Imports) ตลาดคาดการณ์ที่ 10.0% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 18.8% YoY
วันอังคาร ติดตามติดตาม Loan prime rate ของธนาคารกลางจีนระยะเวลา 1 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า และ Loan prime rate อายุ 5 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า ต่อด้วยดัชนีภาคการผลิตของรัฐริชมอนด์ (Richmond Manufacturing Index) เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -6.0 จุด ปิดท้ายด้วยดัชนีรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของคณะกรรมการการประชุม (Conference Board Consumer Confidence) เดือน ก.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 87.5 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 84.5 จุด
วันพุธ ติดตามการประชุม กนง. ของไทย โดยตลาดคาดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อด้วยรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปครั้งสุดท้าย (EU CPI) เดือน ม.ค. เทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ +1.7% YoY และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (EU Core CPI) เทียบกับครั้งก่อนหน้าที่ +2.2% YoY
วันพฤหัสบดี ติดตามจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.06 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตามดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย (TH Industrial Production) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.20% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.52% YoY ต่อด้วยการายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 3.0% YoY








