เก่งหลังเกมส์

SET ปรับบวก +0.53 จุด +0.04% ปิด 1,480.24 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.5 หมื่นล้านบาท ดัชนีแกว่งตัวผันผวนและเผชิญแรงขายทำกำไรกดดัน แม้ในช่วงเช้าจะมี Sentiment เชิงบวกจากการที่ศาลสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกภายใต้กฎหมาย IEEPA แต่ช่วงบ่ายมีแรงเทขายลดความเสี่ยง Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนีคือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA)  กลุ่มสื่อสาร (ADVANC,TRUE) ฯลฯ ส่วน Sector ที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่ม transport (AOT,BTS,THAI ) กลุ่มค้าปลีก(CPAXT,CPALL) และกลุ่ม พลังงาน (PTT,PTTEP)

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

TRUE (+2.19%) 

ราคาหุ้นปรับขึ้นเด่น จากมุมมองผลประกอบการและการจ่ายปันผล  คือ KSS คาดกำไรปี 26F จะโตเด่นถึง 40% ผสานคาด  Dividend Yield ระดับสูงที่ 4.8% เราเพิ่งออกบทวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.00 บาท (จากเดิม 18.20 บาท) 

AOT (-5.31%) 

ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงกดดัชนี คาดว่าเกิดจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุนที่ประเมินว่าโมเมนตัมนักท่องเที่ยวอาจผ่านจุด Peak ในระยะสั้นไปแล้วหลังหมดเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม  KSS ยังคงคำแนะนำพื้นฐาน  “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 65.00 บาท ประเมินว่ากำไร FY27F จะยังเติบโตโดดเด่นถึง +46% y-y 

MAJOR (+5.37%) 

หุ้นปรับขึ้นจากมุมมองบวก หลังจารายงาน  Earnings Result  คือ กำไร 4Q25 แข็งแกร่งกว่าตลาดคาดจากรายได้ตั๋วหนังและการควบคุมต้นทุน พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.25 บาท/หุ้น (Yield 3.4%) KSS มอง Valuation ยังถือว่าน่าสนใจ (P/E’26F เพียง 11x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก) และยังมี Upside จากโครงการซื้อหุ้นคืน เราแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 9.10 บาท

ITC (+2.4%) 

หุ้นปรับขึ้น โดย ITC เป็นกลุ่มส่งออกที่มียอดขายไปสหรัฐฯ สูงถึง 50% ได้รับอานิสงส์ จากภาระภาษีนำเข้าที่ลดลงเมื่อเทียบกับความกังวลเดิม ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเชิงเปรียบเทียบกับชาติอื่นๆ ได้ดีขึ้น 

CPAXT (-6.36%) 

หุ้นปรับลงแรงกดดัชนี หลังรายงาน Core Profit  4Q25 ออกมา 2.6 พันล้านบาท ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด สาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ถูกกดดันจากสัดส่วนสินค้าอาหารสดที่เพิ่มขึ้น และระบบ IT ขัดข้องทำให้จัดโปรโมชั่นเจาะกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ โดย KSS ได้หั่นเป้ากำไรหลักปี 26F-27F ลง 10-14% คงคำแนะนำ “NEUTRAL” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงสู่ 15.00 บาท (จาก 16.00 บาท) 

- Advertisement -