TPBI กำไร Q4/68 อยู่ที่ 33.72 ล้านบาท หดตัว 36.95% เซ่นพิษบาทแข็ง-ค่าใช้จ่าย SAP ฉุดผลประกอบการ
บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิ อยู่ที่ 33.72 ล้านบาท ลดลง 36.95% จาก 53.48 ล้านบาทในปีก่อน EBITDA ลดลง 24.57% อยู่ที่ระดับ 102.5 ล้านบาท (ลดลง 33.47 ล้านบาท) โดยกำไรสุทธิลดลงท่ามกลางความท้าทายจากอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับปรุงระบบภายใน ขณะที่ฐานะทางการเงินยังแกร่ง หนี้สินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นายกมล บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน TPBI เปิดเผยว่า “ในไตรมาส 4/2568 บริษัทมียอดขายรวม 1,144.65 ล้านบาท ลดลง 9.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากฐานรายได้สูงในปีก่อน ซึ่งไตรมาส 4/2567 เป็นช่วงที่มีความต้องการสินค้าสูงเป็นพิเศษ (High Demand) นอกจากนี้การแข็งค่าขึ้นอย่างมากของเงินบาทส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากรายได้หลักกว่า 55.36% มาจากการส่งออก (เน้นตลาดอังกฤษและออสเตรเลีย)”
ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย One-time Expense กดดัน EBITDA แม้ต้นทุนขายจะลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ 963.08 ล้านบาท (ลดลง 8.49%) แต่บริษัทเผชิญกับ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่พุ่งสูงขึ้นเป็น 145.09 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 23.89%) สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-time) ในการขึ้น ระบบ SAP และการบริหารจัดการผลตอบแทนพนักงาน ส่งผลให้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้รวมขยับขึ้นเป็น 12.53% จากปีก่อนที่ 9.19% ส่งผลให้ภาพรวมกำไรและ EBITDA ปรับตัวลดลง
ด้านงบดุล ณ สิ้นปี 2568 หนี้สินลดลง-ส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่ม บริษัทมีทิศทางที่ดีขึ้นในเชิงโครงสร้างทุน:
หนี้สินรวม: อยู่ที่ 1,040.48 ล้านบาท ลดลงถึง 28.10% จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้นเป็น 3,029.68 ล้านบาท จากการสะสมกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง
สภาพคล่อง: สินค้าคงเหลือลดลง 13.35% และลูกหนี้การค้าลดลง 16.07% ในขณะที่ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 20.37% สะท้อนการบริหารจัดการสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ
“แม้กำไรไตรมาสล่าสุดจะถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก (ค่าเงิน) และปัจจัยภายใน (ค่าใช้จ่ายระบบ SAP) แต่ TPBI ยังคงรักษาสภาพคล่องได้ดีและมีการลดภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต” นายกมล กล่าวทิ้งท้าย









