บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่ล่าช้าและความขัดแย้งบริเวณชายแดน ขณะที่ภาพรวมทั้งปียังคงรักษาการเติบโตของรายได้ไว้ได้ พร้อมประกาศเพิ่มทุนรองรับการจ่ายปันผลเป็นหุ้น

กำไรสุทธิ 4Q25 อยู่ที่ 97 ล้านบาท ลดลง 39.5% YoY และ 5.1% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ถึง 39.1% ยอดขายสาขาเดิม (SSSG): หดตัวร้อยละ 10.4 ในไตรมาส 4 โดยเฉพาะเดือนธันวาคมที่ดิ่งลงถึง -13.5% ซึ่งปัจจัยกดดันหลักจากความล่าช้าของโครงการรัฐบาลในส่วนงาน Back Office (รายได้ลดลง 11.5%) ความขัดแย้งบริเวณชายแดนในจังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ และสุรินทร์ (สัดส่วนยอดขาย 20%) ส่งผลให้ SSSG ในกลุ่มนี้ลดลง 10-20% และการระบายสินค้าคงคลังเกรด B ฉุดอัตรากำไรขั้นต้นเดือนธันวาคมเหลือเพียง 15.0%

แม้ไตรมาสสุดท้ายจะชะลอตัว แต่รายได้รวมทั้งปี 2568 ยังทำได้ที่ 2.91 หมื่นล้านบาท โดยมีจุดแข็งจากสินค้า Private Brandที่ยังคงความแข็งแกร่งด้วยส่วนแบ่งการขาย 18% และมีอัตรากำไรสูงถึง 34-35% การบริหารจัดการที่ลดค่าใช้จ่าย SG&A ลงได้ 20 ล้านบาทในไตรมาส 4 ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพภายใน และการขยายสาขาในครึ่งปีหลัง ซึ่งมีการเปิดสาขาขนาดใหญ่เพิ่ม 3 แห่ง และร้าน ToGo อีก 6 แห่ง ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขาใหญ่รวม 27 แห่ง และ ToGo 23 แห่ง

ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2025 ดังนี้:

  1. ปันผลเป็นหุ้น: อัตราส่วน 25 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล (คิดเป็น 0.04 บาทต่อหุ้น)
  2. ปันผลเป็นเงินสด: 0.0044 บาทต่อหุ้น
  3. การเพิ่มทุน: เตรียมออกหุ้นสามัญใหม่เพิ่มทุนจดทะเบียน 135.3 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายปันผลหุ้นดังกล่าว โดยกำหนดวัน Record Date ในวันที่ 6 มีนาคม 2026

ในปี 2569 DOHOME อาจเผชิญแรงกดดันจากฐานที่สูงในไตรมาส 1 เนื่องจากปีนี้ไม่มีมาตรการ e-receipt จากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของสาขาภาคใต้ (หาดใหญ่โต +20%) และความหวังจากมาตรการแจกเงินสดหลังการเลือกตั้งที่อาจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในต่างจังหวัดได้

- Advertisement -