CH ส่งซิก Q4/68 ฟื้นตัว ออเดอร์ปลายปีหนุน วางเกมรุกปี 69 ขยายตลาด–คุมต้นทุน
CH เผยงบไตรมาส 4/68 รายได้รวม 433.10 ล้านบาท โต 14.70 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก เตรียมขออนุมัติจ่ายปันผล 0.03 บาท/หุ้น วางเกมรุก เดินหน้าบริหารต้นทุนรัดกุม รักษาสภาพคล่องและวินัยทางการเงิน พร้อมรับมือเศรษฐกิจผันผวน
นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 433.10 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 514.58 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิ 23.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี กำไรสุทธิ 20.43 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/68 ที่มีรายได้รวม 377.59 ล้านบาทจำนวน 55.51 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 14.70% จากคำสั่งซื้อทยอยฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส 3 ที่ผ่านมาสะท้อนความต้องการของสินค้าที่ยังคงมีอยู่ในตลาดหลัก
ด้านผลประกอบการงวดปี 2568 มีรายได้รวม 1,704.72 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 17.82 ล้านบาท สาเหตุจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariff) ส่งผลให้ลูกค้าบางรายชะลอคำสั่งซื้อในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานในปี 2568 คือ ความผันผวนของค่าเงินบาทที่ทยอยแข็งค่าในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลต่อรายได้จากการส่งออกและความสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศ
โดยสัดส่วนรายได้ของปี 2568 มาจาก 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ ผลไม้อบแห้ง คิดเป็นสัดส่วน 85.02% 2.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ ปลากระป๋อง คิดเป็นสัดส่วน 12.15% และ 3.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ ขนมเพื่อสุขภาพ คิดเป็นสัดส่วน 2.83%
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมเสถียรภาพการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน บริษัทยังบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ โดยรับรู้กำไรจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) ส่งผลให้รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 7.82% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน และช่วยลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ด้านการดำเนินงาน บริษัทสามารถส่งออกสินค้าทางเรือได้อย่างราบรื่นภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม จากการมีฐานการผลิตในประเทศกัมพูชา ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการวัตถุดิบและกำลังการผลิต ตอกย้ำความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และและศักยภาพในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายปันผล 0.03 บาทต่อหุ้น คิดเป็นปันผลรวม 24 ล้านบาท โดยวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 8 พ.ค. 69 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 26 พ.ค. 69 โดยมติดังกล่าวเตรียมนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น วันที่ 28 เม.ย. 69 เพื่อพิจารณาต่อไป
สำหรับทิศทางธุรกิจไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทปรับกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท โดยการเสนอสินค้าใหม่ที่มีคุณภาพใกล้เคียงสินค้าเดิมแต่ต้นทุนถูกกว่า ให้แก่ลูกค้าเก่าและใหม่ในตลาดต่างประเทศ มุ่งเจาะตลาดที่หลากหลายมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อรองรับเทรนด์ของผู้บริโภค
“ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายของบริษัทแม้ผลประกอบการโดยรวมจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้านทั้งเศรษฐกิจโลกค่าเงินและการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้าในบางรายแต่บริษัทยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจไว้ได้จากการเดินหน้าควบคุมต้นทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าส่งผลให้เห็นสัญญาณฟื้นตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมาสะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท” นายประวิทย์กล่าว









