บล.กรุงศรีฯ:
PTG (Buy; TP11.5) top pick ราคาหุ้นปรับลงช่วงเช้าราว -6% คาดแรงกดดันอาจมาจาก
i) ความกังวล ค่าการตลาดน้ำมัน 4Q25 ที่ลดลง q-q ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยชั่วคราวและไม่ได้เปลี่ยนทิศทางค่าการตลาดฟื้นตัวใน 2026F โดยตัวฉุดค่าการตลาดฯ 4Q25 มาจากช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 25 ที่ภาครัฐปรับลดราคาหน้าปั้มเร็วตามราคาน้ำมันดิบโลกเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชนในช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งหลังผ่านช่วงแทรกแซงไป ช่วง ธ.ค. 25 ค่าการตลาดน้ำมันกลับมาฟื้นราว 1.9 บาท/ลิตร และเดือน ม.ค. 26 ที่ยังมีการแทรกแซง ค่าการตลาดน้ำมันยังสูงกว่า ต.ค.-พ.ย. 25 สะท้อนการแทรกแซงของรัฐที่ลดลงหลังกองทุนน้ำมันเป็นบวก โดยเดือน ก.พ. 26 เฉลี่ยถึงปัจจุบันค่าการตลาดน้ำมันสูงกว่า 1.7 บาท/ลิตร vs. ประมาณการปีของเราที่ 1.68 บาท/ลิตร
ii) ยอดขายต่อสาขาร้านพันธุ์ไทยที่ดูชะลอใน 4Q25 มาจากจำนวนร้านที่เพิ่มเร่งขึ้นในช่วงปลาย ธ.ค. 25 เกือบ 200 สาขา ซึ่งรายได้ยังไม่ได้เข้ามาเต็มที่ในภาพไตรมาส หากตัดสาขาที่เร่งเพิ่มดังกล่าวออก ยอดขาย/สาขายังสูงใกล้เคียง 3Q25 แม้มีปรับโปรโมชั่นบัตรแดง สะท้อนว่าความต้องการบริโภคมีต่อเนื่อง เราคงมุมมอง contribution สาขาใหม่จะเร่งขึ้นใน 1Q26F หนุนกำไรโตทั้ง y-y, q-q
คงคำแนะนำ Buy ที่ TP11.5 บ. และคงเป็น top pick มองช่วงราคามีแรงกดดันเป็นโอกาสซื้อ เด่นกว่าคู่แข่งทั้ง oil และ non-oil โดยธุรกิจ oil ได้ประโยชน์จากค่าการตลาดน้ำมันดีเซลฟื้นตัวมากกว่ากลุ่มตามสัดส่วนปริมาณขายน้ำมันดีเซลราว 71% (คู่แข่ง 50-60%) ส่วน non-oil (ไม่รวม LPG) คาดกำไรขั้นต้นโตเฉลี่ย 15% ในช่วง 2026-28F ตามการขยายสาขาและประสบความสำเร็จในการได้ส่วนแบ่งตลาด (vs. OR Lifestyle’s GP +8% CAGR) หนุนให้กำไรรวม +30% CAGR ในขณะที่ PER26F ราว 11 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งที่สัดส่วน non-oil ใกล้เคียงกัน PER ราว 17 เท่า







