เก่งหลังเกมส์
SET ปรับขึ้นต่อ +17.6 จุด +1.16% ปิด 1533.6 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.7 หมื่นล้านบาท แรงหนุนจากเรื่องเดิม คือ การเมืองเดินหน้าผสาน ดอกเบี้ยในประเทศต่ำจูงใจเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ฯลฯ โดย Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนีคือกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) กลุ่มค้าปลีก CPALL กลุ่มธนาคาร KTB, SCB, BBL ฯลฯ ส่วน Sector ที่ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่ม พลังงาน (GULF,PTTEP) กลุ่มนิคม WHA กลุ่มปิโตรเคมี IVL, PTTGC ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
DELTA +4.1%
ปรับขึ้นตามหุ้น Tech และชิปสหรัฐปรับขึ้นต่อ หลัง NVIDIA รายงานงบ 4Q25 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด(Beat consensus) ทั้งรายได้รวม(Revenue) + 73%y-yที่ $68.1 พันล้าน และกำไรต่อหุ้น(EPS) $1.62 สูงกว่าที่คาดไว้ที่ $1.52 โดยรายละเอียด 1.) Data Center รายได้+ 75%y-y $62.3 พันล้าน หลักๆมาจากการขายชิปตระกูล Blackwell และ Hopper จิตวิทยาบวกต่อหุ้น DELTA กลยุทธ์แนะนำ Trading
CPALL +3.86%
ปรับขึ้นหลังรายงานงบอออกมาแล้ว ผสานมุมมองเป็นบวกต่อการประชุมนักวิเคราะห์ผู้บริหารไม่ได้ให้ guidance สำหรับปี 2026 กลยุทธ์ยังเน้น product innovation และ customer experience โดยในระยะยาวจะเป็นตัวขับเคลื่อนอัตรากำไรขั้นต้นและรายได้อื่นได้ เรายืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 80 บาท และเลือก CPALL เป็น top pick ของกลุ่ม
PTG – 2.97%
คาดแรงกดดันอาจมาจาก i) ความกังวล ค่าการตลาดน้ำมัน 4Q25 ที่ลดลง q-q ซึ่งเรามองเป็นปัจจัยชั่วคราวและไม่ได้เปลี่ยนทิศทางค่าการตลาดฟื้นตัวใน 2026F โดยตัวฉุดค่าการตลาดฯ 4Q25 มาจากช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 25 ที่ภาครัฐปรับลดราคาหน้าปั้มเร็วตามราคาน้ำมันดิบโลกเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชนในช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งหลังผ่านช่วงแทรกแซงไป ช่วง ธ.ค. 25 ค่าการตลาดน้ำมันกลับมาฟื้นราว 1.9 บาท/ลิตร ii) ยอดขายต่อสาขาร้านพันธุ์ไทยที่ดูชะลอใน 4Q25 มาจากจำนวนร้านที่เพิ่มเร่งขึ้นในช่วงปลาย ธ.ค. 25 เกือบ 200 สาขา ซึ่งรายได้ยังไม่ได้เข้ามาเต็มที่ในภาพไตรมาส หากตัดสาขาที่เร่งเพิ่มดังกล่าวออก ยอดขาย/สาขายังสูงใกล้เคียง 3Q25 แม้มีปรับโปรโมชั่นบัตรแดง สะท้อนว่าความต้องการบริโภคมีต่อเนื่อง คงคำแนะนำ Buy ที่ TP11.5 บ. และคงเป็น top pick
WHA – 4.3%
หุ้นปรับลงมอง Take Profit หลังจากก่อนหน้าปรับขึ้นมารับเก็งงบ 4Q25 ผสาน เป็นหุ้นที่ Outperform เพื่อนในกลุ่ม AMATA +19%ytd ส่วน WHA +40% ยังคงมุมมองบวกต่ออุตสาหกรรมนิคม จากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้าจากการเมืองไทยสดใส และการค้าโลกผ่อนคลาย เน้น AMATA ที่ราคาหุ้นยัง Laggard
NETBAY -13.17%
ปรับลงแรงรับรายงานกำไร 4Q25 ลดลง -14%yy, -15%qq จากแรงกดดันต้นทุน และมีโอกาสอาจกดดันต่อราว 2 ไตรมาส ในเชิง Technical ประเมินไม่ควรหลุด คือ 19/18 บาท








