TFG กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้โตต่อเนื่อง 10-15% ขยายรีเทล 850 สาขา เสริมทัพเพิ่มฐานการผลิตโซนอีสาน รุกเวียดนามครบวงจร เสริมต้นน้ำล็อกต้นทุน 70% ดันมาร์จิ้นโตยั่งยืน

บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เดินเกมรุกปี 69 ตั้งเป้ารายได้โตต่อเนื่อง 10-15% เร่งเครื่องโมเดล Market Driven เต็มรูปแบบ ขยาย Thai Foods Fresh Market แตะ 850 สาขา เสริมซัพพลายเชนครบวงจร เพิ่มฐานการผลิตโซนอีสาน ฟากผู้บริหารเพชร นันทวิสัยปักหมุดเวียดนามเป็น Growth Engine แห่งใหม่ หลังปี 68 สร้างสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โต 136% บอร์ดเคาะปันผลรวมทั้งปี 0.70 บาทต่อหุ้น

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายธุรกิจค้าปลีกของตนเอง ควบคู่การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านรายได้และความสามารถทำกำไรในระยะยาว

สำหรับแผนปี 2569 โดยเน้นการขยายสาขา Thai Foods Fresh Market จาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 ถือเป็น S-Curve สำคัญของกลุ่มไทยฟู้ดส์ เนื่องจากช่องทางค้าปลีกช่วยให้บริษัทเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ และเพิ่ม SKU เพื่อเพิ่มสินค้าให้ตอบสนองผู้บริโภค  เพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว 

นอกจากนี้ เงินลงทุนส่วนหนึ่งจะใช้ในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง เสริมความครบวงจรตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสุกรและไก่ จนถึงหน้าร้านค้าปลีก

ในส่วนต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญและมีศักยภาพเติบโตสูง บริษัทฯเตรียมก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่เพิ่มเติมจากฐานธุรกิจสุกรเดิม พร้อมขยายฟาร์มสุกรอย่างต่อเนื่อง คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 และเริ่มส่งผลเชิงบวกต่อรายได้รวมและต้นทุนการผลิตตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 อยู่ในทิศทางปรับตัวลดลง โดยบริษัทฯได้ทำสัญญาล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60–70% ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน และเพิ่มความชัดเจนต่อประมาณการกำไร

ส่วนผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯมีรายได้รวม 73,358.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.01% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.68% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) จากยอดขายที่เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ  โดยมาจากธุรกิจร้านค้าปลีก 37.34% , ธุรกิจไก่ 27.23%, ธุรกิจสุกร 19.27% และธุรกิจอาหารสัตว์ 14.85% ตามลำดับ

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยเมื่อรวมการจ่ายปันผลระหว่างกาลทั้งปี 2568 จำนวน 3 ครั้ง คิดเป็นเงินรวม 0.70 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รองรับแผนขยายธุรกิจเชิงรุกในปีถัดไป

- Advertisement -