PRINC โชว์รายได้ปี 68 แตะ 6,063.9 ล้านบาท เติบโต 6.33% กางแผนปี 2569 เดินหน้ายุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับขยายเครือข่ายสุขภาพ และการเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ PRINC Group ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนและธุรกิจดูแลสุขภาพ รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 เผยรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขยายโครงข่ายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรุกยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายด้านสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้าน มุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตของรายได้และอัตราการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
นายธาริน เอี่ยมเพชราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานในปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 6,063.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.33 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายเครือข่ายโรงพยาบาลผ่านการลงทุนในโรงพยาบาลใหม่และการควบรวมกิจการ รวมถึงการพัฒนาความซับซ้อนของการรักษา ส่งผลให้มีจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“นอกจากรายได้ที่เติบโตแล้ว PRINC Group ยังสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ของธุรกิจหลัก 476.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) เพิ่มขึ้น” นายธาริน กล่าว
นายแพทย์วิชญเวทย์ รักษ์กุลชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ว่า “PRINC Group จะมุ่งเน้นในแนวทางหลักที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรในปี 2569 ได้แก่
1. ด้านการเติบโต (Growth Strategy)
- การขยายเครือข่ายผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A): บริษัทจะรับรู้รายได้เพิ่มเติมผ่าน การเข้าลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล ป.แพทย์ จังหวัดนครราชสีมา (ป.แพทย์ 1 และ ป.แพทย์ 2) จำนวนเตียงรวม 282 เตียง และการเปิดโรงพยาบาลใหม่ในจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 59 เตียง เพื่อสร้าง Economy of Scale ในระดับภูมิภาค
- การขยายขอบเขตการรักษา (Medical Capability): การมุ่งขยาย Product การให้การบริการ โรคซับซ้อนเพิ่มขึ้นในทุกจังหวัดผ่านการขยายของ Center of Excellence (CoE) และ Special Business Unit (SBU) เช่น ศูนย์หัวใจ, ศูนย์กระดูกและข้อและศูนย์มะเร็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพและสร้างรายได้ส่วนเพิ่ม
2. ด้านการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน (Quality & Efficiency)
- มุ่งเน้น Efficiency: ปรับโครงสร้างและควบคุมต้นทุนและการดำเนินการ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานตามเป้าหมายและความคล่องตัวในการดำเนินงานในสถานการณ์ต่างๆ
- มาตรฐานระดับสากล: การผลักดันให้โรงพยาบาลในเครือได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI หรือ GHA (Global Healthcare Accreditation) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างชาติ
- Digital Transformation: การนำระบบเทคโนโลยีใหม่และ Ai มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Clinical ลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการแก่คนไข้
3. ด้านการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ (Medical Capability)
- สร้างพันธมิตรทางการแพทย์: ร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ชั้นนำเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ รวมถึงการดึงบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริมทัพ
- เพิ่มนวัตกรรมการรักษา: นำเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดระยะเวลาการพักฟื้นของผู้ป่วย
4. ด้านการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน (ESG)
- E (Environment): มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานในอาคารเพิ่มเติม โครงการโรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) และการจัดการขยะติดเชื้ออย่างเป็นระบบ
- S (Social): การเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในจังหวัดต่างๆ ผ่านการสร้างการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในชุมชนที่ห่างไกลผ่านโครงการ CSR และการดูแลสุขภาวะของชุมชนรอบข้างโรงพยาบาล ภายใต้ปณิธาน “องค์กรที่สร้างคนที่มีจิตใจของผู้ให้เพื่อช่วยเหลือคน ชุมชน และสังคม”
- G (Governance): การมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน
ด้าน นายฆนัท ศิริสุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมอีกว่า “เรากำลังยกระดับเครือข่ายธุรกิจโรงพยาบาลของเราไปสู่การเป็นผู้บริการระดับภูมิภาค โดยปัจจุบันเรามีโรงพยาบาล 19 แห่งที่มีมาตรฐานในการรักษาที่ดีเข้าถึงได้ ครอบคลุม 15 จังหวัดที่มีศักยภาพของประเทศ และมีจำนวนเตียงรวม 1,725 เตียง
นอกจากนี้เรายังขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการแพทย์ที่มีอัตราการเติบโตสูง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมและเติมเต็ม Ecosystem ภายในกลุ่ม เช่น จัดตั้งศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ‘Fertility Center’ ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ และการเริ่มธุรกิจ ‘บ้านอาจารย์พงศ์ศักดิ์’ (“BMPS”) ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยพักฟื้นแบบครบวงจรที่มีมาตรฐานในราคาที่เข้าถึงได้ โดยจะเปิดสาขาแรกที่ถนนศรีนครินทร์ในเดือนมีนาคม 2569 เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพระดับโลกและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มบริษัทฯ พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้กับสังคมและชุมชนตามปณิธานขององค์กร”









