FSSIA Daily Focus : ความกังวลเงินเฟ้อเริ่มมา เน้นหุ้น Commodity

มุมมองตลาด

เราคาด SET Index พักฐานต่อเนื่อง โดยมีแนวรับที่ 1,430–1,440 จุด และ 1,400–1,410 จุด จากสงครามสหรัฐฯ–อิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ หนุนราคาน้ำมัน Brent ขึ้นสู่ US$81.4/บาร์เรล และกังวลเงินเฟ้อกลับมา หากราคาน้ำมันยืนสูงนานอาจกดดันให้ธนาคารกลางต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ระยะสั้นเน้นเก็งกำไรหุ้นพลังงานต้นน้ำ และพักเงินในหุ้นสินค้าบริการจำเป็น

ปัจจัยต่างประเทศ

ความตึงเครียดตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันสูง แม้อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่สหรัฐฯระบุพร้อมคุ้มกันเรือน้ำมันที่ผ่านช่องแคบ ความกังวลเงินเฟ้อกดดันสินทรัพย์เสี่ยง

 ส่วนทองคำเผชิญแรงขายระยะสั้นร่วงแรงสู่ US$5,125/ออนซ์ 

ปัจจัยในประเทศ

ติดตามผลกระทบต้นทุนพลังงานต่อเงินเฟ้อและกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ Downside ต่อ EPS ปี 2026 อ้างอิงช่วงราคาน้ำมัน >US$100 ในอดีต พบว่า Net Profit Margin ของ SET ถูกกระทบราว 0.5% คิดเป็น Downside ต่อ EPS ปี 2026 ราว 5–6%

หุ้นเด่นวันนี้: PTTEP — “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ย Consensus 137.65 บาท

  • สงครามที่มีแนวโน้มยืดเยื้อหนุนราคาน้ำมันต่อเนื่อง เป็นบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำ หากราคาน้ำมันเพิ่มทุก US$1/บาร์เรล คาดกำไร PTTEP เพิ่มราว 1.5% ระยะสั้น–กลางกำไรมี Upside หากพลังงานยืนสูง
  • แนวรับ 140 // 137 บาท แนวต้าน 144–145 // 150 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) SJWD กำไรปี 2025 ทำ New High 1.1 พันลบ. +41% y-y คาดปี 2026–27 ทำ New High ต่อ คง “ซื้อ” เป้า 13.30 บาท

(+) AMATA กำไรปี 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3,280 ลบ. +30% y-y ปี 2026 คาด 2.9 พันลบ. -13% y-y คง “ซื้อ” เป้า 21 บาท

(+) SAWAD ตั้งเป้าสินเชื่อโต 10–15% y-y ปี 2026 คาดกำไรโตเฉลี่ย 10.5% CAGR คง “ซื้อ” เป้า 35 บาท

(0) STECON ตั้งเป้ารายได้ปี 2026 >3.5 หมื่นลบ. ปรับเป้าเป็น 13.10 บาท แนะนำ “ถือ”

(-) CBG ปรับลดคาดกำไรปี 2026 เหลือ 2.66 พันลบ. -6% y-y ลดเป้าเป็น 43 บาท ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”

- Advertisement -