FSSIA Daily Focus: เม็ดเงินกลับหาสินทรัพย์เสี่ยงหนุนการ Rebound ระยะสั้น

มุมมองตลาด

เราคาด SET Index ฟื้นตัวตามตลาดโลกสู่กรอบ 1,410–1,440 จุด จากเม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง แม้สงครามสหรัฐฯ–อิหร่านยังดำเนินต่อ แต่ราคาน้ำมันยังไม่พุ่งต่อหลังสหรัฐฯระบุจะส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดย Brent ทรงตัวที่ US$81.4/บาร์เรล 

ปัจจัยต่างประเทศ

ราคาน้ำมันทรงตัวแม้สงครามยังดำเนินต่อ สหรัฐฯส่งเรือรบคุ้มกันผ่านฮอร์มุซ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนและ ISM ภาคบริการสหรัฐฯแข็งแรงกว่าคาด จับตาการจ้างงานนอกภาคเกษตรวันศุกร์ ขณะที่จีนตั้งเป้า GDP ปี 2026 ที่ 4.5–5%

ปัจจัยในประเทศ

ติดตามเงินเฟ้อเดือน ก.พ. (คาด  Headline -0.5% y-y Core +0.5%) ส่วน ความไม่แน่นอนของสงครามอาจกระทบเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไทย รวมถึงกำไรบจ.ในหลายอุตสาหกรรมที่อาจมี Downside หากราคาน้ำมันดิบสูงยาวนาน จึงยังเน้นพักเงินในหุ้น Defensive และ Consumer Staple 

หุ้นเด่นวันนี้: GULF — “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 67.50 บาท

  • ได้รับผลกระทบจำกัดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็น IPP ส่งผ่านต้นทุนได้ และมีส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC หนุน ระยะสั้นคาดกำไร 1Q26 แข็งแกร่งจากโซลาร์ COD ปลายปี 2025 และแนวโน้ม ADVANC ดี คาดกำไรปี 2026 +28% y-y
  • แนวรับ 52.50 // 51.00 บาท แนวต้าน 56.00–56.75 // 59.25 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) CPF ราคาหมู/ไก่เริ่มฟื้น ปรับลดกำไรปี 2026 เหลือ 1.78 หมื่นลบ. ลดเป้าเป็น 24 บาท แต่ยัง “ซื้อ”

(0) CPAXT เข้าซื้อ premium supermarket ในมาเลเซีย 50 สาขา มูลค่า 1.35 หมื่นลบ. มองบวกเล็กน้อย แต่ระยะสั้นอาจ underperform

(0) BDMS คาดรายได้ปี 2026 โต 3% ปรับลดกำไรปี 2026–28 เล็กน้อย แต่ยัง “ซื้อ” เป้า 28.75 บาท

(0) NEO คงเป้ารายได้ปี 2026 โต 5–8% คงกำไรปี 2026 ที่ 636 ลบ. และปันผลปี 2025 ที่ 1.35 บ./หุ้น (Yield 6.7%)

(-) HMPRO SSS ต้นปีอ่อนตัว คาดกำไร 1Q26 ลดทั้ง y-y และ q-q ปี 2026 ทรงตัว คาด underperform กลุ่ม

- Advertisement -