ตลาดอาจเริ่มมีกรอบขึ้นจำกัด เพราะรอดูประชุม FED และน้ำมันที่ปรับขึ้นมากดดัน

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 47 จุด (+0.1%) ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มสายการบิน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามผลประชุม FED ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 3.2% หลังมีรายงานว่าอิหร่านกลับมาโจมตี UAE และสงครามก็ได้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3

Market Outlook

เมื่อคืนที่ผ่านมา มิได้มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจใดๆของสหรัฐฯ นักลงทุนยังคงรอดูพัฒนาการสงครามและราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเมื่อคืนราคาน้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง สะท้อนว่าความกังวลสงครามยังมิจบสิ้นดี ทำให้ Bond Yield สหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยคืนนี้รอติดตามประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดว่าที่ประชุมจะคงดอกเบี้ยระดับเดิมเนื่องด้วยปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นอาจมีผลกับเงินเฟ้อในสหรัฐฯ แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯอาจมีสัญญาณชะลอตัวบ้างก็ตาม ข้อมูลจาก CME FED Watch ให้น้ำหนักราว 99% ที่ FED จะคงดอกเบี้ยและเชื่อว่ากว่าจะไปลดดอกเบี้ยจะอยู่ในเดือน ธ.ค. อาจเป็นปัจจัยที่ตลาดหุ้นและสินทรัพย์ต่างๆ

สำหรับปัจจัยในประเทศ เมื่อวานที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 1 ม.ค. – 15 มี.ค. สะสมที่ 7.86 ล้านราย (-4%YoY) แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นอันดับแรกที่ 1.28 ล้านราย มาเลเซียอันดับสองที่ 7.46 แสนราย ส่วนในรายสัปดาห์พบว่าสะสมที่ 6.28 แสนราย (+2%WoW) นักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 9.6 หมื่นราย (+2.6%WoW) มาเลเซียอยู่ที่ 6.18 หมื่นราย (-0.7%Wow) มองเป็นปัจจัยเชิงบวก แม้จะผ่านพ้นช่วงตรุษจีนมาแล้ว แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.38 หมื่นราย (เฉลี่ยทั้งเดือนในช่วง 4.14 แสนราย เทียบกับ มี.ค. ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 2.97 แสนราย) มองเป็นปัจจัยบวกและสะท้อนถึงความกังวลต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เริ่มคลาย ส่วนภาครัฐเริ่มขยับราคาน้ำมันดีเซลขึ้น 0.5 บาท / ลิตร มองเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อแต่ยังไม่มากนัก เพราะค่อยๆ ขยับ แต่อย่างไรก็ตามก็เชื่อว่าจุดต่ำสุดของดอกเบี้ยไทยได้ผ่านไปแล้วจากนี้ทรงตัวและหากเงินเฟ้อเร่งแรงมีโอกาสนโยบายกลับทิศ (+ธนาคารพาณิชย์)

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1420 – 1440 มองราคาน้ำมันที่กลับมาฟื้นตัวเป็นปัจจัยกดดัน Upside และนักลงทุนจะ Wait & See รอดูการประชุม FED คืนนี้ ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือก Take Profit บางส่วนจากการที่ SET INDEX ฟื้นตัวขึ้นมา 3.7% จากจุดต่ำสุดล่าสุด ส่วนรับความเสี่ยงสูงประสงค์ลงทุนระยะสั้นอาจเลือกหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) ปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาดอกเบี้ยกลุ่มโรงแรมและสนามบิน (AOT CENTEL MINT) ศูนย์การค้า (CPN)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

KBANK (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 210.00 บาท)

ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าถึงดูดมากขึ้น กอปรกับ Valuation อยู่ระดับต่ำ คำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 8%, TG 2%) อิงจาก 0.8x PBV’26E นอกจากนี้มองว่า KBANK จะให้ความสำคัญ ต่อการบริหารเงินทองทุนด้วยการจ่ายเงินปันผลสูง และออกโครงการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง

KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท)

มุมมองบวกต่อความสามารถทำกำไรระยะยาวสูงขึ้น ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 10% Terminal growth 2%) อิง 1.0x PBV’26E KTB มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการรักษา ROE ระดับ 2 หลักที่เรามองว่ามีศักยภาพในการบรรลุเป้าหมาย

- Advertisement -