สถานการณ์ผ่อนคลายระยะสั้น แต่ยังวางใจไม่ได้
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิด 204 จุด (-0.4%) นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เกิดจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันจะกดดันดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1.2% สหรัฐฯส่งสัญญาณว่าอาจยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมามีการประกาศยอดขายบ้านมือหนึ่งของสหรัฐฯพบว่าค่อนข้างย่ำแย่อยู่ที่เพียง 5.87 แสนหลังคาเรือนต่ำกว่าที่ Consensus มองไว้ 7.2 แสนหลังคาเรือน ฝั่งตะวันออกกลางพบว่ายังคงรุนแรงต่อเนื่องทาง Qatar ระบุว่า อิหร่านได้โจมตีแหล่งผลิตแก๊ส LNG ที่มีการส่งออกแก๊ส LNG ของ Qatar กว่า 17% สร้างรายได้ต่อปีที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลักๆส่งออกไปยังเอเชียและยุโรปทาง Qatar คาดว่าจะใช้ระยะเวลาถึง 3-5 ในการซ่อมแซม
ราคาน้ำมันแม้จะปรับฐานลงมาจากจุดสูงสุดแต่ก็ยังอยู่ระดับสูง สะท้อนถึงความตึงเครียดจากอุปทานที่ขาดแคลน แต่อย่างไรก็ตามกับตลาดพันธบัตรสหรัฐฯเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทาง US Bond Yield ที่พลิกลงมาค่อนข้างแรง อาจเป็นสัญญาณชี้ว่านักลงทุนบางส่วนประเมินว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯอาจไม่ได้ร้อนแรงจนกระทั่งกดดันการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย แต่ก็ยังเชื่อว่าเร็วไปที่จะบอกว่าทิศทางเงินเฟ้อจากนี้จะเป็นอย่างไร
หากมองไปยังข้างหน้าคาดว่าดอกเบี้ย FED จะเริ่มปรับลงยากแต่ก็ไม่คาดคิดว่า FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ยยกเว้นแต่ว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯกลับมามากกว่าระดับ 4% เพราะในอดีตที่ผ่านมาดอกเบี้ยสหรัฐฯมักสูงกว่าเงินเฟ้อ 0.25% (ปัจจุบันดอกเบี้ย FED อยู่ที่ 3.75%) ช่วงที่ FED ขึ้นดอกเบี้ยปี 22 พบว่า S&P500 ปรับฐานมากถึง 27% แต่หากรอบปัจจุบัน FED ไม่ได้มีแนวคิดถึงขั้นปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่ควรจะปรับฐานในระดับนั้น อย่างล่าสุด S&P500 ปรับลงมา -5% , DJIA -9% แต่ทั้งนี้ก็แนะติดตามราคาน้ำมันดิบหากกลับลงมาในช่วง 80-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล จุดๆนั้นเชื่อว่าตลาดจะฟื้นตัวได้แข็งแกร่ง
ปัจจัยในประเทศเมื่อวานที่ผ่านมาสภามีมติเสียงข้างมากเลือกนายกคนที่ 32 (สมัยที่ 2) ได้แก่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ประเมินผลบวกต่อตลาดจำกัดเพราะประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ อย่างกองทุนน้ำมันหากราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับนี้เป็นระยะเวลานานก็เชื่อว่ารัฐบาลอาจจำเป็นจะต้องค่อยๆปรับขึ้นราคาหน้าปั๊มซึ่งจะกดดันราคาสินค้าในภาพรวม คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามแนะรอดูเพียงสถานการณ์สงครามและการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1400 – 1430 ผ่อนคลายมากขึ้น (เช้านี้ Korea +1%) เพราะน้ำมันดิบไม่ได้วิ่งขึ้นทำ New High แต่การฟื้นตัวยังจำกัดจนกว่าจะเห็นราคาน้ำมันดิบปรับฐานลงมาในช่วง 80-90 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังไม่เร่งร้อนเข้าสะสมจนกว่าจะชัดเจนเน้นเป็นเพียงการลงทุนระยะสั้นและคัดสรรหุ้นมากขึ้น เช่นกลุ่ม Defensive (BDMS) สื่อสาร (ADVANC) ศูนย์การค้า (CPN) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB) สินค้าจำเป็น (CPF)
หุ้นแนะนำ
CPN (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 78.00 บาท)
ปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 4Q25 ที่มีกำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้ถึง 11% มาอยู่ที่ระดับ 4,885 ล้านบาท ได้รับผลดีจากรายได้อื่นและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น
CPF (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.75 บาท)
มองว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากปัญหาสงครามไม่มากนักเนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องใช้บริโภค ขณะที่รายได้จากตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของรายได้รวม โดยภาพรวมทั้งปี 26 ในแง่รายได้ CPF ยังมองเติบโตได้









