แสนสิริ (SIRI) ผนึก XSpring และ Bitazza พลิกโฉมวงการอสังหาฯ เปิดรับคริปโทซื้อบ้าน-คอนโดฯ และจ่ายค่าส่วนกลางได้ทุกโครงการ ครั้งแรกของไทย
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรรายเดียวของประเทศไทยที่มีรายได้สูงสุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์ 34,707 ล้านบาท ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ XSpring และ Bitazza เปิดรับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถใช้คริปโทซื้อที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมของแสนสิริได้ทุกโครงการ รวมถึงสามารถใช้ชำระค่าส่วนกลางโครงการได้ตลอดทุกปี รองรับตลาดคริปโทที่เติบโตก้าวกระโดดพุ่งกว่า 1.16 ล้านบัญชี เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนรุ่นใหม่
นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความแข็งแกร่งของแสนสิริในภาคอุตสาหกรรมภายใต้การพัฒนาโครงการมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท และฐานข้อมูลลูกค้า (Database) ในมือกว่า 100,000 ราย ทำให้เล็งเห็นโอกาสสำคัญจากการเปิดรับสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Financial Service และทำให้การใช้คริปโทซื้ออสังหาฯ เกิดขึ้นได้จริง
สำหรับการเปิดรับชำระด้วยสกุลเงินดิจิทัลของแสนสิริมีความโดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ด้วยจุดเด่นสำคัญดังนี้:
-
ครอบคลุมทุกโครงการ: สามารถใช้คริปโทซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมของแสนสิริได้ทุกโครงการทั่วประเทศ
-
จ่ายค่าส่วนกลางได้ทุกปี: ครอบคลุมถึงการชำระค่าส่วนกลางสำหรับโครงการที่บริหารโดย พลัส พร็อพเพอร์ตี้
-
ไร้ข้อจำกัดเรื่อง Wallet: เปิดรับทุกกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ไม่จำกัดเครือข่าย
-
รวดเร็ว ฉับไว: สามารถคอนเฟิร์มเรตอัตราแลกเปลี่ยนได้ภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที
-
รองรับ 4 สกุลเงินหลัก: ได้แก่ Bitcoin, Ethereum (ETH), USDC และ USDT
ระบบดังกล่าวให้บริการผ่าน Bitazza (บิทาซซ่า) โบรกเกอร์-ดีลเลอร์ชั้นนำที่มีเครือข่ายทั้งในไทยและทั่วโลก ในฐานะพาร์ทเนอร์ผู้สนับสนุนเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อยกระดับความสะดวกสบายและผลักดันให้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเริ่มใช้งานในประเทศไทยเป็นแห่งแรกก่อนขยายสู่ระดับสากลในอนาคต
การเปิดรับชำระด้วยคริปโทเคอร์เรนซีมุ่งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจและเข้าถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด โดยมีจำนวนบัญชีผู้ซื้อขายในไทย ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 พุ่งสูงถึง 1.16 ล้านบัญชี
ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกสัดส่วนมูลค่าการใช้คริปโทในการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างยืดหยุ่น เช่น การใช้คริปโทเป็นเงินจองคอนโดมิเนียมในโครงการยอดนิยมอย่าง THE MUVE บางนา (ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท) และเลือกกู้ซื้อผ่านธนาคารในส่วนที่เหลือตามความต้องการ นอกจากนี้ แสนสิริยังมีโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อีกหลากหลายแบรนด์ อาทิ THE MUVE, XT, สิริ เพลส และ อณาสิริ เป็นต้น
ด้านความพร้อมทางด้านการเงิน แสนสิริได้รับความร่วมมือจาก XSpring Digital กลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ผู้ให้บริการครบวงจร ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงโลกการเงินปัจจุบันกับบริการทางการเงินดิจิทัล (Digital Financial Service) รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ในการช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า โดยแสนสิริพร้อมเริ่มให้บริการซื้อที่อยู่อาศัยผ่านคริปโทเคอร์เรนซีอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมนี้
สำหรับโอกาสในการรองรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ นายเศรษฐา ระบุเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันชาวต่างชาติยังไม่สามารถซื้ออสังหาฯ ไทยผ่านคริปโทได้เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่หากภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนและให้ความเห็นชอบ แสนสิริมีความพร้อมรุกตลาดต่างชาติทันที ด้วยความแข็งแกร่งและยอดขายอันดับหนึ่งในตลาดต่างประเทศกว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมฐานลูกค้าต่างชาติที่พร้อมรองรับในมืออยู่แล้ว”









