บล.เคทีบีเอสที :

backlog แข็งแกร่ง และโอกาสเติมงานใหม่ยังมีสูง

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท อิง 2021E PER 25.5x (5-yr average PER)
เรามีมุมมองบวกต่อแนวโน้ม STEC จากระดับ backlog ที่แข็งแกร่งมาก โดย ณ สิ้น 1Q21 อยู่สูงถึง 1 แสนล้านบาท (รวมงานสนามบินอู่ตะเภาเฟสแรก) ขณะที่โอกาสในการเติมงานอื่น ๆ ยังมีสูงตามทิศทางการลงทุนโครงการใหญ่ของรัฐที่มีความชัดเจนขึ้นมาก ซึ่งคาดจะมีโครงการค้างท่อที่เตรียมเปิดประมูลในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าสูงถึง 8 แสนล้านบาท นอกเหนือจากโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัยฯ ที่กลุ่ม CKST-DC ได้เป็น lowest bidder แล้วจาก 2 ใน 3 สัญญา ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ที่เตรียมเปิดขายซองในเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งเรามองว่าบริษัทเป็นอีกหนึ่งตัวเก็งในการประมูลงานโยธา

โดยเราคาดบริษัทมีโอกาสจะเข้าร่วมประมูลแบบ JV เราประเมินหาก STEC ได้รับงานราว 1.5 หมื่นล้านบาท จะเป็น upside ต่อราคาเป้าหมายอย่างน้อย 0.40 บาท/หุ้น

ทั้งนี้ เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2021E ที่ 1 พันล้านบาท +15% YoY โดยเราประเมินกรณีการสั่งปิดแคมป์คนงานจะกระทบไม่มาก และมองว่าเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว ขณะที่เราคาดผลการดำเนินงาน 2Q21E จะกลับมาขยายตัวดี YoY

ราคาหุ้นปรับตัวลง และ underperform SET -8% ในช่วง 1 เดือน จากความกังวลผลกระทบ COVID-19 อย่างไรก็ตาม เราคาดปัจจัยดังกล่าวจะผ่อนคลายขึ้นใน 2H21E ตามการทยอยฉีดวัคซีนในประเทศ ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STEC จาก 1) backlog ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งมาก ซึ่งสามารถ secure รายได้อย่างน้อยในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะที่โอกาสเติมงานใหม่ยังมีอีกมาก โดยเรามองว่า STEC เป็นอีกหนึ่งตัวเก็งในการประมูลสายสีม่วงใต้, 2) ปัจจัยกดดันจากงานรัฐสภาคลี่คลายขึ้น หลังจากที่บริษัททำหนังสือส่งมอบโครงการไปแล้วในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา, และ 3) ปัจจุบันยังเทรดที่ 2021E เพียง 20x (-1SD below 5-yr average PER)

Event: Company update
backlog แข็งแกร่ง และโอกาสเติมงานใหม่ยังมีสูง ตัวเลข backlog ของบริษัท ณ สิ้น 1Q21 อยู่ในระดับสูงที่ 1 แสนล้านบาท (รวมงานสนามบินอู่ตะเภาเฟสแรกมูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท) โดยเรามองว่าโอกาสในการเติมงานใหม่ยังมีสูง

ด้วยอานิสงส์จากการเร่งการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ซึ่งคาดมีโครงการค้างท่อที่เตรียมเปิดประมูลในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าสูงถึง 8 แสนล้านบาท นอกเหนือจากโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งกลุ่ม CKST-DC (CK, STEC, และ บ.นอกตลาด) เป็น lowest bidder จาก 2 ใน 3 สัญญา มูลค่ารวม 4.6 หมื่นล้านบาทแล้ว

ล่าสุดมีความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งเรามองว่าบริษัทเป็นอีกหนึ่งตัวเก็ง เนื่องจากในไทยมีเพียงกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ ได้แก่ CK, STEC, และ ITD ที่มีประสบการณ์ก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินมาก่อน ขณะที่เราคาดมีความเป็นไปได้ที่ CK และ STEC จะจับมือจัดตั้ง JV ในการประมูล หากตั้งสมมติฐาน STEC ได้รับงานราว 1.5 หมื่นล้านบาท (ตามสมมติฐานสัดส่วน JV ที่ราว 40%) เราประเมินจะเป็น upside ต่อราคาเป้าหมายอย่างน้อย 0.40 บาท/หุ้น

ปัจจัยกดดันจากงานรัฐสภาคลี่คลายขึ้น สำหรับความคืบหน้าโครงการรัฐสภา เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นหลังจากที่บริษัทได้ทำหนังสือส่งมอบโครงการไปแล้วในช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการตรวจงานรอบสุดท้าย คาดจะใช้เวลาอีกราว 1 เดือน ด้านประเด็นการขยายสัญญาก่อสร้างโครงการจากเดิมสิ้นสุดใน ธ.ค. 2020 บริษัทยังเชื่อมั่นว่าจะได้รับการขยายสัญญา เนื่องจากงานที่ล่าช้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่สามารถขอขยายได้

Implication
คงประมาณการปี 2021E, แนวโน้ม 2Q21E กลับมาขยายตัว YoY เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2021E ที่ 1 พันล้านบาท +15% YoY โดยสำหรับประเด็นการสั่งปิดแคมป์คนงานในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้เป็นเวลา 1 เดือน เราประเมินเบื้องต้นหากบริษัทต้องหยุดงานชั่วคราวทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว 1 เดือน จะกระทบกำไรสุทธิปี 2021E ราว -4% เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนงานในพื้นที่เหล่านี้ราว 50% อย่างไรก็ตาม เราคาดภาครัฐจะมีมาตรการชดเชยต่าง ๆ ในภายหลัง

ขณะที่เรามองว่าการหยุดงานเป็นปัจจัยชั่วคราวและเป็นเพียงการเลื่อนรับรู้รายได้
สำหรับแนวโน้ม 2Q21E เบื้องต้น เราคาดผลการดำเนินงานจะกลับมาเติบโต YoY และทรงตัว QoQ โดยการเติบโต YoY หนุนโดย GPM ที่ฟื้นตัว จาก 2Q20 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำเพียง 3.4% เป็นไปตาม blended GPM ที่ดีขึ้น และโครงการรัฐสภาที่เสร็จสิ้นแล้ว ด้านกำไรปกติที่ทรงตัว QoQ เนื่องจากงานก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในบางพื้นที่ และ GPM ที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยหลังจากที่บริษัทมีการสั่งซื้อเหล็กแบบ small lot แต่คาดปัจจัยเหล่านี้ถูก offset โดยรายได้เงินปันผลจาก GULF จำนวน 84 ล้านบาท

Valuation/Catalyst/Risk
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 17.50 บาท อิง 2021E PER 25.5x (5-yr average PER) จาก backlog ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งมาก และโอกาสในการเติมงานใหม่ยังมีสูง ขณะที่ปัจจัยกดดันจากงานรัฐสภาเริ่มมีทิศทางดีขึ้น นอกจากนี้ ปัจจุบันยังเทรดที่ 2021E PER เพียง 20x (-1SD below 5-yr average PER) สำหรับ key risk ได้แก่ สถานการณ์การระบาด COVID-19 ที่อาจยืดเยื้อนานกว่าคาด

- Advertisement -