บล.ทิสโก้ :

BANKING : แนวโน้ม 2Q21 ครั้งที่ 3 โชคไม่เข้าข้าง

ผลกระทบจากการระบาดรอบ 3 รับรู้ในไตรมาสนี้
เราคาดผลประกอบการรวมของกลุ่มธนาคารที่ 4.49 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% YoY จากฐานที่ต่ำ และเพิ่มขึ้น 2% QoQ เนื่องมาจากกำไรการขาย TIDLOR ของ BAY แต่หากไม่รวมรายการนี้ผลประกอบการจะลดลง QoQ จากการระบาดรอบ 3 ที่กดดัน NIM และเพิ่ม Credit Cost โดยเราคาดว่า NIM จะลดลง 8bps เป็น 2.69% หลังจากที่ BoT ขอให้ธนาคารช่วยปรับโครงสร้างหนี้ และทำให้ NIM ลดลง ด้าน NPL คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8bps เป็น 4.15% แต่คาดว่าการตั้งสำรองของธนาคารจะเพิ่มขึ้นกดดันให้ Credit Cost เพิ่มขึ้น QoQ เป็น 157bps จาก 148bps

รายได้ไม่น่าตื่นเต้น
เราคาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะมีรายได้คล้ายกันนอกจาก BAY จะมีรายการพิเศษจากการขาย TIDLOR 8.5 พันล้านบาท เราคาดสินเชื่อของกลุ่มเพิ่มขึ้น 3.9% YoY จากเดิม 7.5% YoY ในช่วง Q1 เนื่องมาจากการจ่ายคืนที่เพิ่มขึ้นเทียบกับปีก่อนที่มีการพักชำระหนี้ และนอกจากนี้ NIM ลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมลดลง 3% QoQ เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง แต่เพิ่มขึ้น YoY จากฐานที่ต่ำ และการปรับราคาสินทรัพย์ทำให้มีกำไร (FVPL) ด้านธุรกิจตลาดทุนคาดผลประกอบการดีขึ้นจากมูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้น และด้านต้นทุนของธนาคารคาดจะควบคุม OPEX โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการตลาด ทำให้ OPEX โดยรวมของกลุ่มจะเพิ่มขึ้น 1.7%

การผ่อนคลายเกณฑ์ด้านสินเชื่อเป็นปัจจัยสำคัญ
ผลประกอบการที่อ่อนแอคาดว่าจะไม่กระทบราคาหุ้นมากนักเนื่องจากรับรู้ไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ราคาหุ้นลดลงกว่า 10% จากผลของการระบาดรอบที่ 3 ทำให้ตลาดน่าจะมาสนใจสินเชื่อในกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือต่างๆ (Forbearance Loan) ภายใต้มาตรการของ BoT ว่าจะมีขนาดเท่าไหร่ และกลายเป็น NPL แค่ไหน

เราแนะนำให้ “ซื้อ” SCB และ TTB โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 136 บาท และ 1.51 บาท ตามลำดับ

- Advertisement -