บล.เคทีบีเอสที :

กัญชงดันกำไรปี 2022E โตโดดเด่น +75% YoY
เราแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมาย 21.00 บาท อิง 2022E PER 40.0x (+1.5SD above 5-yr avg. PER) ธุรกิจกัญชงจะเป็นหนึ่งปัจจัยหลักเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2022E อย่างมีนัยยะ โดยเราประเมินรายได้กัญชงจะเข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการตั้งแต่ปี 2022E เป็นต้นไป ซึ่งบริษัทได้ทำเรื่องขอใบอนุญาต 2 ใบ ได้แก่ การปลูกและการสกัดสาร CBD ทั้งนี้เราประเมินรายได้จากการปลูกราว 900 ล้านบาท คิดเป็น 19% ของรายได้รวมปี 2022E

อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรปี 2022E ยังมี upside จากรายได้สกัดสาร CBD ซึ่งยังไม่ได้รวมในประมาณการ เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนของสายพันธุ์เมล็ดกัญชงที่ใช้ในการปลูก ส่งผลให้ไม่สามารถคาดการปริมาณสารสกัด CBD (กก./ไร่) และราคาขายได้

ประเมินกำไรปกติปี 2021E โต +16% YoY ที่ 602 ล้านบาท และปี 2022E โตโดดเด่น +75% YoY ที่ 1,055 ล้านบาท (แบ่งเป็นกำไรจากกัญชง 396 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% ของกำไรปี 2022E) สำหรับแนวโน้ม 2H21E คาดเห็นการเติบโต YoY จากการที่บริษัทตัดสินใจขายธุรกิจโรงแรม 2 แห่ง หลังจากรับรู้ขาดทุนปีละ 60-70 ล้านบาทต่อปี เรามองว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่บริษัทกลับมา focus ธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้น 2Q21E จะรับรู้ขาดทุนเฉพาะเดือน เม.ย.- พ.ค.21 ราว 14 ล้านบาท

ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น +125% ใน 6 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนการเข้าสู่ธุรกิจกัญชงไปพอสมควรแล้ว ดังนั้นเราจึงแนะนำเพียง ”ถือ” โดยเรามองว่าราคาปัจจุบันรับรู้รายได้จากการขายช่อดอกกัญชงไปเรียบร้อยแล้ว และปัจจุบัน RBF เทรดอยู่ที่ 2022E PER 41x (+1.5SD above 5-yr avg. PER) แม้ราคาหุ้นจะเทรดที่ premium แต่เราประเมินกำไรปี 2022E ว่ายังมี upside การสกัดสาร CBD ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ โดยมี key catalyst คือธุรกิจกัญชงสกัดสาร CBD

Event: Company update
กัญชงดันกำไรปี 2022E โตโดดเด่น ประเมินรายได้กัญชงจะเข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการอย่างมีนัยยะตั้งแต่ปี 2022E เป็นต้นไป โดยบริษัทได้ทำเรื่องขอใบอนุญาต 2 ใบ ได้แก่ การปลูกและการสกัดสาร CBD (ทำการซื้อเมล็ดพันธุ์จากผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า จากเดิมที่บริษัทมีแนวคิดขอใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดกัญชงด้วย) ทั้งนี้เราประเมินรายได้จากการปลูกราว 900 ล้านบาท คิดเป็น 19% ของรายได้รวมปี 2022E โดยเราได้ตั้งสมมติฐานดังนี้ (Fig.1)

1) เตรียมพื้นที่การปลูก 500 ไร่ (contract farming) ,
2) สามารถผลิตช่อดอกกัญชงแห้ง 300 กก./ไร่,
3) ราคาขายช่อดอกกัญชงแห้งอยู่ที่ 3,000 บาท/กก.,
4) มีต้นทุนการผลิตช่อดอกกัญชงต่อกิโลกรัมที่ 1,346 บาท และ
5) กำหนด 1 ปี สามารถเก็บเกี่ยวได้ 2 รอบต่อปี (ระยะเวลาการปลูกและเก็บเกี่ยว 5 เดือนต่อ crop)

อย่างไรก็ตามประมาณการกำไรปี 2022E ยังมี upside จากรายได้สกัดสาร CBD โดยเรายังไม่ได้รวมรายได้ดังกล่าว เข้าในประมาณการปี 2022E เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนของสายพันธุ์เมล็ดกัญชงที่ใช้ในการปลูก ส่งผลให้ไม่สามารถคาดการปริมาณสารสกัด CBD (กก./ไร่) และราคาขายได้ นอกจากนี้แม้กระแสของกัญชงจะมาแรง ทำให้หลายบริษัทสนใจตั้งโรงงานสกัดสาร CBD แต่เราประเมิน RBF มีจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่ง ได้แก่ 1) บริษัทมีความเชี่ยวชาญการสกัดสารต่างๆ อยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรในการสกัดเพิ่ม, 2) มีทีมวิจัยและการพัฒนาที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นที่ยอมรับของลูกค้าและได้มีลูกค้าครอบคลุมในหลายประเทศ และ 3) ความพร้อมด้าน Solution ที่ครบวงจร (one stop service)

ปลดล็อคขายโรงแรม คลายกังวลกดดันผลประกอบการ 2H21E คาดเห็นการเติบโต YoY ในบริษัทตัดสินใจขายธุรกิจโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ ibis Styles Chiang Mai และ Novotel Chumphon Beach Resort and Golf รวมเป็นมูลค่า 272 ล้านบาท หลังจากรับรู้ขาดทุนปีละ 60-70 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคอยกดดันผลประกอบการรวมตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา โดยเรามองว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่บริษัทกลับมา focus ธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพราะฉะนั้น 2Q21E จะรับรู้ขาดทุนเฉพาะเดือน เม.ย.- พ.ค.21 ราว 14 ล้านบาท และทั้งปี 2021E จะรับขาดทุนโรงแรมราว 35 ล้านบาท ทำให้ปี 2022E จะเป็นปีที่สดใสของ RBF

Implication
ประเมินกำไรปกติปี 2021E โต +16% YoY และปี 2022E โตโดดเด่น +75% YoY จากกัญชง เราประเมินกำไรปกติปี 2021E ที่ 602 ล้านบาท (+16% YoY) จาก
1) ประเมินรายได้รวมอยู่ที่ 3,413 ล้านบาท (+8% YoY) จากการเติบโตของรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ flavoring +20% YoY จากการเริ่มรับรู้รายได้ Terpenes และผลิตภัณฑ์กลุ่ม coating +15% YoY และ

2) gross profit margin ปี 2021E อยู่ที่ 42% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2020 ที่ 40.2% เป็นผลจากการขายธุรกิจโรงแรมที่ขาดทุนออกไป มีผลตั้งแต่ 1 มิ.ย.21 ทั้งนี้เรายังไม่รวมรายได้การปลูกเข้าไปในประมาณการปี 2021E เนื่องจากยังรอความชัดเจนด้านกฎหมายต่างๆ จากทาง อ.ย. หากอนุมัติให้ปลูกได้ในเดือน ก.ค.21 จะสามารถเก็บเกี่ยวและรับรู้รายได้เร็วที่สุดในช่วงปลายเดือน พ.ย.21
และประเมินกำไรปกติปี 2022E ที่ 1,055 ล้านบาท (+75% YoY)บาท (แบ่งเป็นกำไรจากกัญชง 396 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% ของกำไรปี 2022E)

สาเหตุที่กำไรเติบโตโดดเด่นเป็นผลจาก
1) รับรู้รายได้การปลูกกัญชงเต็มปี (Fig.1) (กำไรจากกัญชงคิดเป็น 38% ของกำไรปี 2022E) ,
2) gross profit margin ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2021E อยู่ที่ 45% เป็นผลจากธุรกิจกัญชง และ
3) SG&A จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์กัญชง

อย่างไรก็ประมาณการปี 2022E ยังมี upside จากธุรกิจการสกัดสาร CBD ซึ่งยังไม่รวมอยู่ในประมาณการ

Valuation/Catalyst/Risk
ประเมินราคาเป้าหมายปี 2022E ที่ 21.00 บาท อิง 2022E PER 40.0x (+1.5SD above 5-yr avg. PER) ซึ่งสอดคล้องกับบริษัทที่ทำธุรกิจกัญชง-กัญชาในตลาดโลก ได้แก่บริษัท Planet 13 Holdings Inc (PLNHF US Equity) และ Cresco Labs Inc (CRLBF US Equity) ซึ่งมี forward P/E ที่ 40x โดยปี 2022E จะเป็นปีแห่งการเติบโต +75% หลังจากขายธุรกิจโรงแรมและกลับมา focus ธุรกิจหลักที่มีความเชียวชาญ โดยมี key catalyst คือธุรกิจกัญชงสกัดสาร CBD

- Advertisement -