บล.เอเชียพลัส

ภาพการเติบโตยังชัดเจน

แนวโน้มกําไรปกติ 2Q64 น่าจะเติบโตได้ถึง 36%YoY หนุนด้วยรายได้ท่ีเติบโตทั้งจาก Organic Growth และทํางบการเงินรวมกับ SOVI และ Go-Pak ด้านต้นทุนแม้เผชิญปัจจัยลบจากราคาเศษกระดาษ ถ่านหินและค่าขนส่งที่สูงข้ึน แต่กลยุทธ์การเป็น Solution ให้ลูกค้าและธุรกิจ Fibrous Chain ที่ได้ผลบวกจากราคา Pulp ที่เพิ่มขึ้นมาก ทําให้อัตรากําไรโดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี

ทิศทางธุรกิจในอนาคตยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ท้ังจากการขยายกําลังการผลิตของโรงงานเดิม รวมถึงดีล M&P ท่ีจะทยอยเข้ามา ประเมิน FV วิธี DCF ได้ราคาเหมาะสมปีนี้ 65 บาท แต่หาก Rollover ไปในปีหน้า เบื้องต้นประเมิน FV ปี 2565 จะอยู่ในช่วง 68-70 บาท แนะนํารอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว

คาด 2Q64 กําไรจากการดําเนินงาน 1,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%YoY

การทํางบการเงินรวมกับ SOVI และ Go-Pak ต้ังแต่ 1Q64 บวกกับโรงงาน Fajar#2 เริ่ม ผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือน เม.ย. 64 น่าจะทําให้รายได้ 2Q64 เติบโต 18%YoY ขณะที่ต้นทุน เศษกระดาษและถ่านหินท่ีเพิ่มข้ึน ส่งผลต่อ Margin ไม่มากนัก ภายใต้กลยุทธ์การเป็น Solution ให้ลูกค้า และไตรมาสน้ีจะได้รับผลบวกจากราคา Pulp ท่ีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจ Fibrous Chain กลับมาทํากําไรได้ จึงคาดการณ์กําไรปกติงวด 2Q64 ท่ี 1,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%YoY แต่หากเทียบกําไรสุทธิในช่วง 2Q63 ที่ทําได้ถึง 1,904 ล้านบาท เพราะมีตัวช่วยจาก FX Gain เข้ามา 482 ล้านบาท ก็แทบไม่เห็นการเติบโตของกําไรจากปีก่อน

การเติบโตที่เห็นในปีนี้จะมาจากดีล M&P เป็นหลัก

ทิศทางธุรกิจในอนาคตยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ท้ังจากการขยายกําลังการผลิตของโรงงานเดิม 5 โครงการ ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้ SCGP ปีละ 1.1 หมื่นล้านบาท รวมถึงดีล M&P บริษัท Duy Tan , Intan Group และ Deltalab ท่ีจะทยอยเข้ามาในปีน้ี ท้ังหมดเป็นไปตามแผนงานของ SCGP ท่ีมีเป้าหมายเพิ่มรายได้ขึ้น 1 เท่าตัว ภายใน 5 ปี หลังเข้า IPO

ราคาใกล้เต็มมูลค่าพื้นฐานปีน้ี แต่ FV จะขยับขึ้นได้การเติบโต รอซื้อเมื่ออ่อนตัว

ประเมิน FV วิธี DCF ได้ราคาเหมาะสมปีนี้ 65 บาท มี Upside 5% แต่การเติบโตของกําไรในอนาคตจะทําให้ FV ขยับข้ึนเมื่อ Rollover ไปในปีหน้า เบื้องต้นประเมิน FV ปี 2565 จะอยู่ในช่วง 68-70 บาท แนะนํารอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว

ประเด็นความเสี่ยง

1.ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ โดยวัตถุดิบสําคัญในสายธุรกิจ บรรจุภัณฑ์ คือ เยื่อรีไซเคิลจากเศษกระดาษ คิดเป็นสัดส่วน 22- 26% ของต้นทุนขาย ซึ่งประมาณ 45% ของเยื่อรีไซเคิลจากเศษกระดาษที่ใช้จัดหาจากบุคคลภายนอกมีความผันผวนสูง

2. ความเสี่ยงจากการด้อยค่าท่ีเกี่ยวกับค่าความนิยมเนื่องจาก SCGP ใช้กลยุทธ์การเติบโตแบบ Inorganic ด้วยการเข้าซื้อกิจการอื่นเป็นจํานวนมาก ทําให้เกิดค่าความนิยมสูงถึง 1.7 หมื่นล้านบาท

3. ความเสี่งเฉพาะตัวในแต่ละประเทศท่ี SCGP เข้าไปลงทุนทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

แนะนํา : ซื้อ

ราคาปัจจุบัน (บาท) 61.75

ราคาเป้าหมาย (บาท) 65.00

Upside (%) 5.26

Dividend Yield (%) 0.97

 

- Advertisement -