รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน

SET Outlook & Strategy
SET Outlook
ประเมินกรอบดัชนีฯสัปดาห์นี้ไว้ที่ 1530-1590 จุด มาตรการรอบใหม่ มาพร้อมตัวเลขติดเชื้อเกิน 1 หมื่นราย ต่างประเทศแผ่วตาม Covid-19 กลายพันธุ์ …

   Covid-19 กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดทั่วโลกอีกครั้ง หลังตัวเลขการระบาดกลับมารอบใหม่ มีการกลายพันธุ์ ซึ่งจะกลบผลบวกจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไประยะหนึ่ง ด้านของไทย จากตัวเลขผู้ติดเชื้อ ที่เพิ่มสูงเกิน 1 หมื่นคน/วัน บีบให้รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการ lockdown ที่น่าจะค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไม่มีหลักประกันว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงเร็วขนาดไหน

แต่เศรษฐกิจและกำไรตลาดจะถูกกระทบ เบื้องต้นประเมินกระทบกำไรตลาดปีนี้ราว 3-6% เพราะรอบนี้เป็น Cluster ของโรงงาน และก่อสร้างเป็นหลัก ผลต่อตลาดหุ้นทั้งไทยและทั่วโลก คือ นักลงทุนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง จนกว่าความเชื่อมั่นจะกลับมาอีกครั้ง ว่าจะคุมตัวเลขได้ …. ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ นอกจากถูกถ่วงด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจโลก จะมาจากผลประชุม OPEC+ ว่าจะมีผลต่อ supply ในอนาคตของผู้ผลิตกลุ่มนี้ …..

ตัวแปรอื่นๆ จะเป็นการเข้าเก็งงบ โดยนักลงทุนได้ทยอยเข้ามาเก็งงบ 2Q กันแล้ว สัปดาห์นี้ หุ้นสถานบันการเงินจะส่งงบเกือบครบ (KTBST ประเมินกำไรหุ้นธนาคาร 8 ตัว ว่าจะติดลบ 15% QoQ) เราประเมินกำไรตลาดไตรมาสนี้ ในเบื้องต้นไว้ที่ 2.0แสนลบ. (+/-) …. ประเด็นที่อาจมีผลต่อตลาดบ้าง จะเป็นการเริ่มกลับมาชุมนุมทางการเมือง และสหรัฐฯ-จีน เริ่มออกมาตรการการค้ากันอีกรอบ …

ตัวเลขเศรษฐกิจ สำคัญๆ ยอดขายรถของไทย(19) ประชุม ECB(22) และตัวเลขส่งออกของไทย(21)

Strategy
เราประเมินว่าตลาดถ้าจะปรับตัวลง ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ แนวรับสำคัญ ให้ไว้ที่ 1530 จุดในสัปดาห์นี้ (ไม่หลุดถือว่าดี) โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุน จะมีผลตรงต่อทิศทางตลาดหุ้น ….

เรายังแนะนำให้ “เน้นตั้งรับมากกว่ารุก” เลือกหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว หรือหุ้นที่ไม่ได้ถูกกระทบตรงจาก Covid-19 เช่น หุ้นที่อิงรายได้ต่างประเทศ หุ้นทางการแพทย์ ….

เลี่ยงกลุ่มถูกกระทบทางตรงจาก Covid-19 อาทิ โรงแรม-การบิน-ห้างฯ-บริษัทประกันฯ เพราะ ผลกระทบเชิงกำไรจะสูงกว่ากลุ่มอื่น และฟื้นตัวช้ากว่า (ขึ้นกับเวลาที่ lockdown) …..

พอร์ตหุ้นวันนี้เรานำหุ้น ASIAN, SUN, SIS ออก และเพิ่มหุ้น SFLEX, IMH, KCE เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SFLEX*(10%), IMH*(15%), KCE(10%), TU(10%), SAT(15%), PSL(20%), GUNKUL(15%)

* เป็นหุ้นที่แนะนำโดย KTBST ยังไม่ได้จัดทำบทวิเคราะห์

Strategy Stock Pick
SFLEX*: (เป้าเชิงกลยุทธ์ 6.00 บาท) “หุ้นบรรจุภัณฑ์ไซส์เล็กที่ไม่ควรมองข้าม”
• คาดบรรจุภัณฑ์ทั้งกลุ่ม /iqFood และ Non-Food ยังเติบโตต่อเนื่องและเริ่มมี Order บรรจุทางการแพทย์แบบใช้แล้วทิ้งเข้ามาหนุนรายได้

• ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2021 โต +10%YoY, Organic Growth มาจากการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่และคำสั่งผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วน Inorganic Growth ลุ้นดีล M&A ในช่วง 2H21

• Bloomberg Consensus ประเมินกำไร ปี 2021-2022 ที่ 192 ลบ. และ 245 ลบ. +35%YoY, +27%YoY ตามลำดับ

Technical : CHG, WINMED

Key Events
• 19 ก.ค.: ตัวเลขยอดขายรถยนต์ของไทย
• 22 ก.ค.: ประชุม ECB

News Comment
( + / – ) ศบค.ยกระดับมาตรการควบคุม COVID-19 เพิ่มเติม
( – ) AAV (ถือ/เป้า 2.60 บาท), AOT (ซื้อ/เป้า 72.00 บาท) กพท.ประกาศห้ามบินในประเทศพื้นที่สีแดงเข้ม เริ่ม 21 ก.ค.นี้
( 0 ) Energy (Overweight) OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 0.4mbd/เดือน ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้
( 0 ) ORI (ซื้อ/เป้า 13.00 บาท) จับมือ GUNKUL ทำธุรกิจ Solar Energy ในโครงการที่อยู่อาศัย

Company Report
( + ) BCH (ซื้อ/เป้า 30.50 บาท) คาดกำไรยังดีต่อเนื่องถึง 3Q21E จาก COVID-19 เข้าสู่ Wave4
( + ) OSP (ซื้อ/เป้า 41.50 บาท) รายได้ต่างประเทศ All Time High หนุนกำไร 2Q21E โต YoY
( 0 ) DTAC (ถือ/เป้า 35.00 บาท) กำไร 2Q21 ดีกว่าคาดจากรายได้โทรไปเมียนมาร์สูงกว่าปกติ
( 0 ) KTC (ซื้อ/เป้า 90.00 บาท) กำไร 2Q21 ดีตามคาด, เริ่มปล่อยสินเชื่อ KTBL ใน 3Q21E
( 0 ) SIS (ซื้อ/เป้า 43.00 บาท) คาด 2Q21E จะดีขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่

Economic Outlook
• สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดสินทรัพย์จับตาการแถลงนโยบายการเงินของประธาน Fed ช่วงกลางสัปดาห์ต่อสภาคองเกรส ภาพรวมยังสะท้อนการสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน และมองว่าการพุ่งขึ้นของระดับดัชนีราคาเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว นอกจากนั้นกลุ่มธนาคารมีการรายงานผลกำไรส่วนใหญ่ดีกว่าคาดการณ์ แต่เริ่มเห็นการขายทำกำไรหลังอัตราการปล่อยกู้ต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนหดตัวลง

• ติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปและจีน ทิศทางการทำนโยบายการเงินยังไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่าเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว โดยทั้งสองธนาคารกลางมีท่าทีเริ่มเข้มงวดมากขึ้นต่อการใช้นโยบายการเงินโดยเฉพาะการอัดฉีดสภาพคล่องลดลง ตามไปกับทิศทางการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ

What to Watch
ติดตามการรายงานดุลการค้าของประเทศไทย รวมทั้งตัวเลขส่งออกเนื่องจากในเดือนที่ผ่านมามีการเติบโตในระดับสูง โดยเฉพาะในหมวดสินค้าส่วนประกอบรถยนต์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความต้องการสินค้าทั่วโลกในระดับที่สูง ส่งผลให้การเติบโตของสินค้าส่งออกจะช่วยการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศในช่วงครึ่งปีหลังได้ดี

ติดตามการรายงานตัวเลข Manufacturing PMI ของสหภาพยุโรป ประจำเดือนก.ค. มีแนวโน้มรักษาระดับการขยายตัวในอัตราที่สูงหลังจากความต้องการสินค้าทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคเติบโตได้ดี นำไปสู่การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มอุตสาหกรรมโรงงานในภูมิภาค

Asset Allocation

*SAA 2020: DM equity 35% EM equity 35% Fixed Income 20% Cash 5% Alternative Investment 5%

SET Recap
SET ปิดที่ 1,574.37 จุด เพิ่มขึ้น 2.36 จุด (+0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 80,445.35 ล้านบาท ปัจจัยต่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า ปัจจัยภายในประเทศ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และการทยอยประกาศงบ 2Q

- Advertisement -