บล.เคจีไอ :

ประมาณการ 2Q64: กำไรจะลดลง YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q64 จะอยู่ที่ 131 ล้านบาท (-28% YoY, +15% QoQ) ทำให้กำไรสุทธิงวด 1H64 อยู่ที่ 246 ล้านบาท (-25% YoY) และคิดเป็น 45% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ จะมาจากยอดขาย และ margin ที่เพิ่มขึ้นตามยอดซื้อที่แข็งแกร่ง และเงินบาทที่อ่อนค่าลง ในขณะที่กำไรที่ลดลง YoY เป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากค่าเงินบาท และราคาเหล็กที่แพงขึ้น

Impact
ประมาณการ 2Q64: ยังพอใช้ได้
เราคาดว่ายอดขายของ SMPC ใน 2Q64 จะอยู่ที่ 979 ล้านบาท (-10%, +8% QoQ) ทำให้ยอดขายในงวด 1H64 อยู่ที่ 1.9 พันล้านบาท (-8% YoY) และคิดเป็น 44% ของประมาณการยอดขายปีนี้ของเรา โดยเราคาดว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น QoQ จะเป็นเพราะได้รับคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มเข้ามาเป็น 1.8 ล้านถังใน 2Q64 (จาก 2 ล้านถังใน 2Q63 และ 1.6 ล้านถังใน 1Q64)

ในขณะที่เงินบาทอ่อนค่าลงมาเฉลี่ยอยู่ที่ 31.30 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน 2Q64 (จาก 31.90 บาท/ดอลลาร์ ใน 2Q63 และ 30.20 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน1Q64) ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น QoQ เป็น 22.5% ใน 2Q64 (จาก 26.4% ใน 2Q63 และ 21.5% ใน 1Q64) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 1H64 อยู่ที่ 22.0% (-2.4ppts YoY) ดีกว่าสมมติฐานปีนี้ของเราที่ 21.0%

มีทั้งปัจจัยบวก และปัจจัยเสี่ยง โดยเรายังคงประมาณการกำไรปี 2564-65 เอาไว้เท่าเดิม
เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ SMPC จะเร่งตัวขึ้น โดยมี upside จากเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังจากที่อัตราแลกเปลี่ยน QTD เฉลี่ยอยู่ที่ 32.40 บาท/ดอลลาร์ และ YTD เฉลี่ยอยู่ที่ 31.00 บาท/ดอลลาร์ฯ (เทียบสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนปี 2564-65 ที่ 29.50 บาท/ดอลลาร์ฯ)

ในขณะเดียวกัน นโยบายการกำหนดราคาขายแบบ cost plus ของบริษัทจะช่วยจำกัดผลกระทบจากราคาเหล็กที่กำลังขยับสูงขึ้นอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม เรามองว่าเรื่อง logistic จะเป็นความเสี่ยงหลักที่ทำให้การจัดส่งสินค้าล่าช้า

ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-65 เอาไว้เท่าเดิมไปก่อน และปล่อยให้ upside ของอัตรากำไรขั้นต้น และเงินบาทที่อ่อนค่าลง ชดเชยความเสี่ยงจากความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ

Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” SMPC และประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 12.00 บาท อิงจาก PER ที่ 10.5X (เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต) เราเชื่อว่าราคาปิดล่าสุดมีความเสี่ยงด้าน downside จำกัดมาก เนื่องจาก i) อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ ~3% สำหรับผลการดำเนินงานงวด 1H64 ii) PER อยู่ในระดับที่น่าสนใจมากที่ 9X และ iii) กำไรยังมี upside อีกจากการอ่อนค่าของเงินบาท ดังนั้น เราจึงมองว่าราคาปิดล่าสุดเป็นโอกาสให้เข้าเก็งกำไรได้

Risks
เงินบาทแข็งค่าขึ้น, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, ราคาวัตถุดิบผันผวน, นโยบายการค้า, ความเสี่ยงด้านเครดิต, ความเสี่ยงจากสินค้าแทนกัน

- Advertisement -