TFG รุกแตกไลน์ธุรกิจ จัดตั้ง 2 บริษัทย่อยแห่งใหม่ “ไทยฟู้ดส์ รีนิวเอเบิล” ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในโรงงาน เพื่อเป็นการลดต้นทุน รวมทั้่ง “มาย เพ็ท” ดำเนินธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร ระบุเพื่อกระจายการลงทุน เพิ่มแหล่งที่มารายได้ใหม่ มั่นใจช่วยหนุนธุรกิจในอนาคตเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย 2 บริษัท เพื่อดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร ประกอบด้วย บริษัท ไทยฟู้ดส์ รีนิวเอเบิล จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยทุนจดทะเบียนที่ 100,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 1,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 25,000,000 บาท
ทั้งนี้ โครงการแรกที่มีแผนจะเริ่มทำ ได้แก่ โครงการนำของเสียที่ได้จากกระบวนการบ่อบำบัดน้ำเสียมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในโรงงาน มีมูลค่าลงทุนประมาณ 250 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องและเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทย (พ.ศ. 2564-73) ซึ่งบริษัทตระหนักถึงการช่วยลดภาวะโลกร้อน และก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ผิดปกติ นอกจากนี้ บริษัทได้มีโครงการร่วมลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้ทยอย COD ไปแล้วกว่า 17.56 เมกกะวัตต์
พร้อมกันนี้ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยอีกแห่งคือ บริษัท มาย เพ็ท จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดําเนินธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร ปัจจุบันมีแผนการดําเนินงานที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว ซึ่งได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนจดทะเบียนชําระแล้ว 500,000 บาท โดยประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เพื่อกระจายการลงทุนและหาโอกาสในการดําเนินธุรกิจใหม่
“มั่นใจว่าทั้ง 2 โปรเจคจะช่วยผลักดันธุรกิจของ TFG ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต พร้อมสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้ โดยในส่วนของพลังงานทดแทน เป็นโปรเจคที่จะช่วยบริษัทลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนการรุกไปสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง พร้อมๆ กับการหาแหล่งรายได้ใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาได้ศึกษาข้อมูลและมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในกลุ่มบริษัทที่จะสร้างรายได้ในอนาคตให้กับบริษัทต่อไป” นายเพชร กล่าว
******









