บล. โกลเบล็ก มองดัชนี SET ปี 2566 กรอบ 1,616–1,845 จุด ชู 5 กลุ่มหุ้นเด่น SET และ 4 หุ้น mai น่าลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยปี 2566 มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากอานิสงส์การเปิดประเทศเต็มรูปแบบของจีน และการเปลี่ยนผ่านของโควิด-19 สู่โรคประจำถิ่น โดยประเมินกรอบดัชนี SET ที่ 1,616 – 1,845 จุด บนสมมติฐาน EPS ที่ 108.85 บาท (เติบโต 8-9% YoY) พร้อมคัด 5 กลุ่มหุ้นน่าจับตาใน SET และ 4 หุ้นเด่นในตลาด mai
ปัจจัยบวกและประเด็นความเสี่ยงปี 2566
ปัจจัยบวกหนุนตลาด
-
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเข้าไทยใกล้เคียง 11.5 ล้านคน ผสานการท่องเที่ยวในประเทศ 175 ล้านคน-ครั้ง ดันรายได้ท่องเที่ยวรวมแตะ 1.5 ล้านล้านบาท (คิดเป็นครึ่งหนึ่งของระดับก่อนโควิดปี 2562)
-
จีนเปิดประเทศ: ประกาศยกเลิกการกักตัวผู้เดินทางต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 และลดระดับการควบคุมโควิด-19 สู่ Category B
-
สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ตัวเลข GDPNow และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสะท้อนความผ่อนคลายต่อภาวะเงินเฟ้อ
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม
-
ทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย: คาด กนง. มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง จากระดับ 1.25% สู่ระดับ 1.75% – 2.00% ปลายปี 2566
-
ปัจจัยการเมืองในประเทศ: ลุ้นประเด็นการยุบสภาและการเลือกตั้งใหญ่
-
ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ความเสี่ยงเกิด Recession ช่วงต้นปี 2566, ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ (รัสเซีย-ยูเครน, สหรัฐฯ-จีน, จีน-ไต้หวัน), การชะลอตัวของภาคส่งออกไทย และแผนการเริ่มจัดเก็บภาษีขายหุ้น
5 กลุ่มหุ้นเด่นน่าจับตาในตลาดหลักทรัพย์ (SET)
-
กลุ่มรับอานิสงส์มาตรการช้อปดีมีคืน: BJC, CPALL, MAKRO, CRC, COM7, SPVI, CPW, JMART, HMPRO, ZEN, M, AU
-
กลุ่มโรงไฟฟ้า (ปรับค่า Ft ตามต้นทุนที่เริ่มคงที่): GPSC, BGRIM, RATCH
-
กลุ่มท่องเที่ยว (รับอานิสงส์จีนเปิดประเทศ): MINT, CENTEL, ERW, SPA, AU, SHR
-
กลุ่มหุ้นยั่งยืนด้านพลังงานหมุนเวียน: EA, TSE, SSP, SUPER, PRIME
-
กลุ่มได้รับประโยชน์จากรถยนต์ไฟฟ้า (EV): EA, GPSC, BCP, OR, DELTA
4 หุ้นเด่นน่าลงทุนในตลาด mai
1. SPA (บมจ. สยามเวลเนสกรุ๊ป)
-
คำแนะนำ: ซื้อเมื่ออ่อนตัว (ราคาเหมาะสม 10.80 บาท)
-
ปัจจัยหนุน: ผลประกอบการทยอยขาดทุนลดลงและมีลุ้นพลิกมีกำไรจากการเปิดประเทศของจีน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่นิยมใช้บริการสปา รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการในจีนช่วยหนุนสาขาที่เปิดดำเนินการในประเทศจีน
2. D (บมจ. เดนทัล คอร์ปอเรชั่น)
-
คำแนะนำ: ซื้อ (ราคาเหมาะสม Consensus 8.75 บาท)
-
ปัจจัยหนุน: ฐานลูกค้าต่างชาติขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการรุกตลาดกลุ่มประเทศอาหรับที่มีกำลังซื้อสูง ตลอดจนการฟื้นตัวของลูกค้าจากออสเตรเลีย อเมริกา และยุโรป พร้อมรับอานิสงส์นโยบายผลักดันไทยสู่ Dental Hub คาดกำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 61 ล้านบาท (+17% YoY)
3. CEYE (บมจ. ตาชำนาญ)
-
คำแนะนำ: ซื้อ (ราคาเป้าหมาย 7.12 บาท)
-
ปัจจัยหนุน: อุตสาหกรรมโฆษณาฟื้นตัวหลังโควิดคลี่คลาย แบรนด์ต่างๆ กลับมาใช้จ่ายงบโฆษณามากขึ้น พร้อมแผนขยายงานออนไลน์โปรดักชั่นในต่างประเทศ คาดรายได้ปี 2566 แตะ 398 ล้านบาท (+10% YoY) และกำไรสุทธิ 64 ล้านบาท (+19% YoY)
4. AU (บมจ. อาฟเตอร์ ยู)
-
คำแนะนำ: ซื้อ (ราคาเหมาะสม Consensus 13.20 บาท)
-
ปัจจัยหนุน: สัดส่วนลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มกลับสู่ระดับก่อนโควิดที่ 30-40% พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเชิงรุกรวมกว่า 30 สาขา ทั้งร้าน After You (Pop-up Store, Standalone, Marketplace), แบรนด์ใหม่ “ลูกก๊อ” และการขยายแฟรนไชส์ไปยังกลุ่มประเทศ CLMV คาดกำไรสุทธิปี 2566 อยู่ที่ 204 ล้านบาท (+65% YoY)








