SCGP กางแผนปี 66 ตั้งเป้ารายได้ 1.6 แสนล้าน อัดงบ 1.8 หมื่นล้าน ลุย 5 กลยุทธ์รับเศรษฐกิจฟื้น พร้อมจ่ายปันผล 0.35 บาท/หุ้น
บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) เผยผลดำเนินงานปี 2565 กวาดรายได้จากการขาย 146,068 ล้านบาท เติบโต 18% จากการขยายกำลังการผลิตและการควบรวมกิจการ (M&P) แม้กำไรสุทธิจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและอุปสงค์ชะลอตัว ล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้าย 0.35 บาท/หุ้น พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2566 ตั้งเป้ารายได้ทะยานสู่ 160,000 ล้านบาท รับอานิสงส์จีนเปิดประเทศและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาเซียนฟื้นตัว เร่งขับเคลื่อน 5 กลยุทธ์ ชูงบลงทุน 18,000 ล้านบาท เสริมความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 146,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการวางกลยุทธ์ขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง และการรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการกับพันธมิตร (M&P) ได้แก่ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab รวมถึงการรับรู้รายได้บางส่วนจาก Peute และ Jordan ควบคู่กับการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น
สำหรับกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ปี 2565 อยู่ที่ 19,402 ล้านบาท ลดลง 8% YoY และมีกำไรสุทธิ 5,801 ล้านบาท ลดลง 30% YoY เนื่องจากผลกระทบของต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณการขายที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก และมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศจีน
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 33,509 ล้านบาท ลดลง 5% YoY และมี EBITDA 3,554 ล้านบาท ลดลง 34% YoY ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 449 ล้านบาท (ลดลง 79% YoY และ 76% QoQ) หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) 0.10 บาท หากไม่นับรวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอยู่ที่ 306 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงกดดันจากราคาขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียและเวียดนามที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ดี บรรจุภัณฑ์เพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น อาหารและเครื่องดื่ม ในภูมิภาคอาเซียนยังคงเติบโต QoQ จากการทยอยเปิดประเทศ
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 ในอัตรารวม 0.60 บาท/หุ้น โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลงวดระหว่างกาลไปแล้ว 0.25 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565
กำหนดจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตรา 0.35 บาท/หุ้น (คิดเป็น Dividend Yield ครึ่งปีหลังที่ 0.63%)
-
ขึ้นเครื่องหมาย XD: วันที่ 4 เมษายน 2566
-
กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับปันผล (Record Date): วันที่ 5 เมษายน 2566
-
กำหนดจ่ายเงินปันผล: วันที่ 24 เมษายน 2566
นายวิชาญ กล่าวถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในไตรมาสแรกของปี 2566 ว่า มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการที่จีนเปิดประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยว การนำเข้า-ส่งออก และห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคอาเซียน ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ให้เพิ่มสูงขึ้น แม้ยังคงมีปัจจัยความท้าทายจากอัตราเงินเฟ้อ ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น และกำลังซื้อที่ชะลอตัวในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ
ทั้งนี้ SCGP ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2566 ไว้ที่ 160,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวรายได้ 200,000 ล้านบาทภายในปี 2568 ภายใต้งบลงทุนรวม 5 ปี (2564-2568) จำนวน 100,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงปี 2564-2565 ได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 37,000 ล้านบาท
เพื่อรับมือกับความผันผวนและดึงศักยภาพการเติบโต SCGP วาง 5 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ ดังนี้:
-
ขยายธุรกิจผ่าน M&P และ Synergy: มุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมสร้างพลังร่วม (Synergy) ด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการจัดหาวัตถุดิบ โดยตั้งงบลงทุน (CAPEX) ปี 2566 ไว้ที่ 18,000 ล้านบาท
-
เร่งพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันบรรจุภัณฑ์: ตั้งงบประมาณและค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวน 800 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ร่วมกับลูกค้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่
-
ยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Integration): นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และระบบ Data Analytics มาใช้บริหารจัดการข้อมูลแบบ End-to-End เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการพยากรณ์
-
บริหารจัดการเชิงรุกรองรับความไม่แน่นอน: บริหารจัดการเงินสด งบลงทุน และความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น พร้อมกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกาใต้
-
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวคิด ESG 4 Plus: ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมารีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ 100% ของปริมาณการผลิตทั้งหมดภายในปี 2568 พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593









