SVR เคาะราคา IPO 2.20 บาท/หุ้น ชู P/E 13.93 เท่า เปิดจองซื้อ 31 ม.ค. และ 1-2 ก.พ. พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ. นี้

บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (SVR) หุ้นอสังหาริมทรัพย์แนวราบน้องใหม่ ประกาศเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 130 ล้านหุ้น ที่ราคา 2.20 บาทต่อหุ้น กำหนดวันเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 31 มกราคม และ 1–2 กุมภาพันธ์ 2566 พร้อมแต่งตั้ง บล.โกลเบล็ก และ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน เป็น Joint Lead Underwriter ร่วมด้วย 3 บล. ชั้นนำเป็น Co-Underwriter ดีเดย์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 นี้ มุ่งนำเงินระดมทุน 286 ล้านบาท ขยายการพัฒนาโครงการแนวราบครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล หนุนธุรกิจเติบโตสู่ระดับ High Growth อย่างต่อเนื่อง

บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “SVR” ได้ลงนามแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม (Joint Lead Underwriter) พร้อมแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย (Co-Underwriter)

การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในครั้งนี้ มีจำนวนไม่เกิน 130 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25.49% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดหลัง IPO

นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ราคาเสนอขายที่ 2.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 13.93 เท่า (คำนวณจากผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 – 30 ก.ย. 2565) ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสม สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตและผลการดำเนินงานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แม้ต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19

นายธีรศักดิ์ ทวีปิยมาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) และ นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ได้กล่าวถึงจุดเด่นของ SVR ว่าเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แนวราบยุคใหม่ที่บริหารงานอย่างมืออาชีพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) ทุกช่วงวัย (Multi-Generation)

โมเดลธุรกิจของ SVR มุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบระดับราคา 1 ถึง 7 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการขนาดไม่เกิน 50 ไร่ เพื่อความคล่องตัวในการกระจายโครงการไปยังทำเลที่มีศักยภาพสูง ลดความเสี่ยงจากอุปทานส่วนเกิน (Over Supply) โดยดำเนินงานภายใต้แนวคิด “Best Smart Living” 4 ด้าน ได้แก่:

  • Smart Location: ทำเลเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งสาธารณูปโภคขนาดใหญ่และแนวรถไฟฟ้า
  • Smart Space: ดีไซน์พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเน้นประโยชน์สูงสุดต่อผู้อยู่อาศัย
  • Smart Value: ส่งมอบบ้านในระดับราคาที่คุ้มค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ
  • Smart Home: นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

นับตั้งแต่ปี 2019 ถึงปัจจุบัน SVR พัฒนาโครงการแล้วรวม 9 โครงการ แบ่งเป็น ปิดการขายแล้ว 2 โครงการ, อยู่ระหว่างการขาย 6 โครงการ และอยู่ระหว่างการพัฒนา 1 โครงการ ครอบคลุมทำเลสมุทรปราการ (บางปู), พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม (ชลบุรีและระยอง) รวมถึงการขยายสู่พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

นายอรรถปวิทย์ มโนธรรมรักษา กรรมการผู้จัดการ บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท (“SVR”) เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพทางการเงินและความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจำนวน 286 ล้านบาท จะนำไปใช้ในการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยตั้งเป้าควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ภายหลังการทำ IPO ให้อยู่ในระดับไม่เกิน 2 : 1 เท่า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะยาว

“SVR มุ่งมั่นนำเงินระดมทุนไปต่อยอดการพัฒนาโครงการในอนาคตเพื่อตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้าน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตสู่ระดับ High Growth และสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายอรรถปวิทย์ กล่าวสรุป

- Advertisement -